← Back to KHAO
Krungthep Turakij
‘เอกนิติ’ ขีดเส้น Reinvent Thailand ชงนายกฯใน 1 เดือน ดัน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
·6 min read
Compiled by KHAO Editorial
— aggregated from 10 outlets.
See llms.txt for citation guidance.
✓ KHAO Verified
“เอกนิติ” ถก กกร. ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ และแผน “Reinvent Thailand” ใน 7 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ตั้งเป้าดันจีดีพีโตเกิน 3% มุ่งเป้าประเทศรายได้สูงใน 12 ปี เร่งออกแผนปฏิบัติการดึงเอกชนเป็นทัพหน้า ดึง SME เชื่อมห่วงโซ่อุปทาน สร้างการเติบโตทั่วถึ
Key facts
- ‘หอการค้า’ ย้ำ Action Plan เห็นผลใน 3 เดือน เชื่อมห่วงโซ่ไทย-อาเซียน
- วันที่ 21 ก.ย.2569 นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เปิดเผยว่า การหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
- ‘สมาคมธนาคารไทย’ เร่งกระจายการเติบโต หนุนเงินทุนเพิ่มขีดความสามารถ
- นาย ผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธาน (กกร.) กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้เป็นการยืนยันกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน โดยได้กำหนดบทบาท และแกนนำที่ชัดเจนทั้งในส่วนของภาครัฐ และเอกชนครอบคลุมทั้ง 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
- ‘ส.อ.ท.’ ชูไฮเทค-อิเล็กทรอนิกส์ เชื่อมโยง ‘เกษตรกร-SME’ ไทย
- สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการในขณะนี้คือ การลดต้นทุน ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และบริการของไทย พร้อมขยายโอกาสการค้าด้วยการเชื่อมโยงไทยเข้ากับห่วงโซ่อุปทานอาเซียน ที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน”
Summary
ในการนี้ จะเร่งกำหนดกรอบการทำงาน ( Framework ) เพื่อลำดับความสำคัญของข้อเสนอของภาคเอกชน ซึ่งจะมีการพิจารณาควบคู่กับความพร้อมของภาครัฐ และเสถียรภาพทางการเงิน และการคลัง โดยจะแยกเป็นมาตรการเร่งด่วน และมาตรการเชิงโครงสร้าง
วันที่ 21 ก.ย.2569 นาย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะรองประธานคณะกรรมการร่วมภาครัฐ และเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เปิดเผยว่า การหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อติดตามความคืบหน้า และวางแผนยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยร่วมกันระหว่างภาครัฐ และเอกชน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้กำหนดตัวชี้วัดหลักในเชิงเศรษฐกิจทั้งในระยะสั้น และระยะยาว เพื่อให้การขับเคลื่อนในครั้งนี้ สามารถวัดผล และจับต้องได้จริง ได้แก่ การผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ให้มากกว่า 3% ภายในปีหน้า เพิ่มสัดส่วนการลงทุนรวมของประเทศเป็น 30% ของจีดีพี จากปัจจุบันที่ 22–23% ผ่านนโยบายใช้การลงทุนนำ (Investment-Led Growth Policy)