Reuters · Krungthep Turakij
Thaioil Weekly Oil Market and Outlook as of 21 September 2026
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
Key facts
- เมื่อวันที่ 15-16 ก.ย. 69 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีมติเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% อยู่ที่ระดับ 3.75-4% โดยเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 นอกจากนี้ ประธาน Fed นาย Kevin Warsh
- ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง ท่ามกลางความเสี่ยงอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
- ADNOC บริษัทน้ำมันแห่งชาติของ UAE ตกลงซื้อน้ำมันดิบอิรักจำนวน 32 ล้านบาร์เรล และ 40 ล้านบาร์เรล ซึ่งจะส่งมอบเดือน ส.ค. และ ก.ย. 69 ตามลำดับ โดยจะนำไปเข้าโรงกลั่น Ruwais ที่มีกำลังการผลิตที่ระดับ 0.92 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- พร้อมยกเลิกเที่ยวเรือส่งออกน้ำมันดิบไปยังลูกค้ายุโรปสำหรับการส่งมอบช่วงปลายเดือน ก.ย.69 หลังจากท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ขนาด 7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ถูกโจมตี ทั้งนี้ Kpler รายงานว่า ซาอุดิอาระเบียส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่า Yanbu เฉลี่ย
- ด้าน EIA รายงานปริมาณสำรองน้ำมันดิบเชิงพาณิชย์ในสหรัฐฯ สิ้นสุดวันที่ 11 ก.ย. 69 ลดลง 0.64 ล้านบาร์เรล จากสัปดาห์ก่อนหน้า มาอยู่ที่ระดับ 423.43 ล้านบาร์เรล และเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือน โดยลดลงน้อยกว่า Reuters Poll ที่คาดว่าลดลง 1.6
- รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (18 – 24 ก.ย. 69)
- ด้านอุปสงค์น้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันจากการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นอิสระในจีน ท่ามกลางค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจากข้อจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้น 6.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 102.32 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับเพิ่มขึ้น 5.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 105.94 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
Summary
ด้านอุปสงค์น้ำมันดิบเผชิญแรงกดดันจากการลดกำลังการกลั่นของโรงกลั่นอิสระในจีน ท่ามกลางค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงจากข้อจำกัดการนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 สะท้อนความกังวลต่อเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในระยะถัดไป ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงซึ่งได้รับแรงหนุนจากความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลาง เนื่องจากการสู้รบระหว่างซาอุดิอาระเบียและกลุ่ม Houthi ทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ตลาดยังคงติดตามความสามารถของซาอุดิอาระเบียในการรักษาระดับการส่งออกน้ำมันดิบผ่านการสูบถ่ายเรือสู่เรือ (Ship-to-Ship) และความคืบหน้าการซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันดิบ East-West Pipeline ที่ยังมีความไม่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม อิรักยังคงเผชิญอุปสรรคในการขนส่งน้ำมันออกจากประเทศ ทำให้ส่งมอบได้ต่ำกว่าปริมาณที่จัดสรร ทั้งนี้ Kpler คาดการณ์ว่าอิรักจะส่งออกน้ำมันดิบในเดือน ก.ย. 69 ราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน และเดือน ส.ค. 69 อยู่ที่ระดับ 2.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน