Krungthep Turakij
ป.ป.ช.ฟัน 'สมศักดิ์ ตาไชย' อดีตเลขาฯ สกสค.รวยผิดปกติ 35.9 ล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ป.ป.ช.ชี้มูลผิด 'สมศักดิ์ ตาไชย' อดีตเลขาฯ สกสค. รวยผิดปกติกว่า 35.9 ล้านบาท ฝากเงินในบัญชีลูก 19.1 ล้าน ที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างงอก 4 รายการ
Key facts
- รายการเงินที่นำไปชำระหนี้เงินกู้พิเศษ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเชียงใหม่ จำกัด ในชื่อบัญชีคู่สมรส เป็นเงิน 1,251,976.88 บาท
- นายสมศักดิ์ตาไชย และคู่สมรส มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ตั้งแต่ปีภาษี 2552-2558 แสดงเงินรายได้เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น จำนวน 16,488,873 บาท โดยไม่ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ ตาไชย และคู่สมรส
- เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย
- ชื่อบัญชีของนายสมศักดิ์ ตาไชย จำนวน 1 บัญชี รวม 8 รายการ รวมเป็นเงิน 3,910,000 บาท ชื่อบัญชีคู่สมรส จำนวน 2 บัญชี รวม 2 รายการ รวมเป็นเงิน 5,700,000 บาท
- ในชื่อของนายสมศักดิ์ ตาไชย และคู่สมรส จำนวน 4 รายการ รวมมูลค่า 5,500,000 บาท ในชื่อของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จำนวน 2 รายการ รวมมูลค่า 19,629,100 บาท
- หากไม่สามารถบังคับเอาแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า ร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดินได้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแล้ว ให้ขอให้ศาลบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินอื่นของผู้ถูกกล่าวหาได้ภายในระยะเวลาสิบปี ตามนัยมาตรา 125
Summary
กรุงเทพธุรกิจ
เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) และเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สกสค. ร่ำรวยผิดปกติ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 35,991,076.88 บาท
และให้แจ้งคำวินิจฉัยพร้อมด้วยข้อเท็จจริงโดยสรุป ไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อสั่งลงโทษไล่ออกผู้ถูกกล่าวหาภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง โดยให้ถือว่ากระทำการทุจริตต่อหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 122 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม ต่อไป