Matichon
‘สมชัย’ ไล่ไทม์ไลน์ ‘เอกราช’ ให้การคดีฮั้วสว.ก่อนถูกขับ ภท. ข้องใจเหตุใดถูกตัดความน่าเชื่อถือ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” วิเคราะห์กรณีหนังสือกลับคำให้การของนายเอกราช ช่างเหลา โดยระบุว่า เอกสารดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์หลายแห่งพร้อมกันในช่วงบ่ายวันที่ 11 กันยายน 2569 ก่อนวันที่ กกต.แถลงผลวินิจฉัยคดีฮั้ว สว. ในวันที่ 14 กันยายน เป็นเวลา 3 วัน
Key facts
- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร”
- นายสมชัยตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของเอกสารว่า ผู้เผยแพร่น่าจะเป็นเจ้าของหนังสือ เนื่องจากเอกสารมีตราประทับ “สำเนาคู่ฉบับ”
- นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำให้การ 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นก่อนนายเอกราชถูกขับออกจากพรรคภูมิใจไทย แต่ในรายงานการประชุมหลายครั้งของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ฝ่ายเลขานุการอนุกรรมการฯ ได้รายงานความเห็นเกี่ยวกับพยานรหัส 16/26
- นายสมชัยจึงตั้งคำถามว่า เมื่อไทม์ไลน์ปรากฏว่าการให้การสองครั้งเกิดขึ้นก่อนนายเอกราชถูกขับออกจากพรรค การรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 จะเข้าข่ายเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จ
Summary
นายสมชัยตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่คำให้การ 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นก่อนนายเอกราชถูกขับออกจากพรรคภูมิใจไทย แต่ในรายงานการประชุมหลายครั้งของคณะอนุกรรมการชุดที่ 36 ฝ่ายเลขานุการอนุกรรมการฯ ได้รายงานความเห็นเกี่ยวกับพยานรหัส 16/26 ซึ่งคือนายเอกราช ในทำนองว่า เป็นอดีต ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และเมื่อถูกขับออกจากพรรคจึงมาให้การเป็นปฏิปักษ์กับพรรค ก่อนภายหลังจะมีหนังสือกลับคำให้การ ทำให้มีข้อพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้
นายสมชัยตั้งข้อสังเกตถึงที่มาของเอกสารว่า ผู้เผยแพร่น่าจะเป็นเจ้าของหนังสือ เนื่องจากเอกสารมีตราประทับ “สำเนาคู่ฉบับ” ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อส่งเอกสารถึงหน่วยงานราชการแล้ว จะมีสำเนาคู่ฉบับส่งคืนแก่ผู้ยื่น อย่างไรก็ตาม นายสมชัยระบุว่า ยังไม่ควรตัดความเป็นไปได้ว่าเอกสารอาจถูกเผยแพร่จาก กกต.เอง โดยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการประทับตรา “สำเนาคู่ฉบับ” เพื่อเบี่ยงเบนแหล่งที่มาของเอกสาร
สำหรับเนื้อหาในหนังสือ นายสมชัยระบุว่า มีการอ้างถึงเลขสอบสวนที่ 151/2568 ซึ่งมีบันทึกถ้อยคำลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 และคดีพิเศษที่ 24/2568 ซึ่งมีบันทึกคำให้การลงวันที่ 9 เมษายน 2568 จึงคาดว่า นายเอกราชเคยให้การก่อนหน้านี้อย่างน้อย 2 ครั้ง