← Back to KHAO

Japan ·

เอกนิติ นำทีมบีโอไอ เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge อัพสกิลบุคลากร รับการผลิตยุคใหม่

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 3 outlets. See llms.txt for citation guidance.

3 แหล่งข่าวยืนยัน

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยเลขาธิการบีโอไอและคณะ ได้เข้าเยี่ยมชม สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (Sumipol Institute of Manufacturing Technology Excellence: SIMTEC) ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอภายใต้มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 21 กันยายน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยเลขาธิการบีโอไอและคณะ ได้เข้าเยี่ยมชม สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล (Sumipol Institute of Manufacturing Technology Excellence: SIMTEC) ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอภายใต้มาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge)

บริษัท สุมิพล คอร์ปอเรชั่น จำกัด มีประสบการณ์ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมไทยมายาวนานกว่า 40 ปี โดยดำเนินธุรกิจด้านเครื่องจักรกล เครื่องมือขึ้นรูปโลหะ ระบบวัดขั้นสูง ระบบเทคโนโลยี Industrial IoT ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ต่อมาบริษัทได้ต่อยอดความเชี่ยวชาญด้วยการจัดตั้ง “สถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล หรือ SIMTEC”

จุดเด่นของ SIMTEC คือ Learning Factory หรือโรงงานจำลอง ซึ่งออกแบบให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกปฏิบัติกับระบบการผลิตเสมือนจริง ประกอบด้วย 3 ศูนย์เรียนรู้เฉพาะทางและ 7 สถานีปฏิบัติการ ได้แก่ Mitutoyo Institute of Metrology (MIM) สำหรับการเรียนรู้ด้านมาตรวิทยาและการวัดละเอียด Lean Automation System Integrator (LASI) สำหรับพัฒนาทักษะการออกแบบและบูรณาการระบบอัตโนมัติแบบลีน และ Factory IoT Studio สำหรับเรียนรู้การจัดเก็บและแสดงผลข้อมูลการผลิต

“โครงการ Skill Bridge ที่ SIMTEC ดำเนินการ ถือเป็นการลงทุนในคนไทยโดยตรง ภายใน 6 เดือนนี้ นักศึกษาจบใหม่ 200 คน จะมีทักษะที่ทำให้มีงานรองรับทันทีในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ส่วนบุคลากรในซัพพลายเชนอีก 800 คนจะได้ยกระดับทักษะในการทำงาน ซึ่งจะนำไปสู่โอกาสในการเพิ่มค่าตอบแทนและความมั่นคงในอาชีพมากขึ้น โครงการนี้จึงเป็นโมเดลตัวอย่างที่ทำให้เห็นได้ว่ามาตรการ Skill Bridge เป็นการสร้างโอกาสในการทำงาน สร้างคน สร้างรายได้

#Japan