Khaosod
สสส. จับมือ กรมสุขภาพจิต เดินหน้า ‘HHA’ สร้างเครือข่ายดูแลคนทำงาน ครบกาย-ใจ-การเงิน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ในวันที่เรื่องงานไม่ได้จบลงพร้อมเวลาเลิกงาน เพราะเทคโนโลยีทำให้คนทำงานต้อง ‘เชื่อมต่อ’ กับงานอยู่ตลอดเวลา ความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิตจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรไม่อาจมองข้าม โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวลทำให้สูญเสียวันทำงานทั่วโลกราว 12,000 ล้านวันต่อปี สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตที่ไม่ได้กระทบเพียงตัวบุคคล แต่เชื่อมโยงไปถึงประสิทธิภาพการทำงานและเศรษฐกิจในภาพรวม
Key facts
- สถานการณ์ในไทยก็มีสัญญาณที่ต้องจับตา โดยข้อมูลจากระบบ Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบคนวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดในระดับสูง และเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ในกลุ่มวัยทำงานตอนต้นอายุ 20-29 ปี ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS
- ในวันที่เรื่องงานไม่ได้จบลงพร้อมเวลาเลิกงาน เพราะเทคโนโลยีทำให้คนทำงานต้อง ‘เชื่อมต่อ’ กับงานอยู่ตลอดเวลา ความเครียด ภาวะหมดไฟ และปัญหาสุขภาพจิตจึงกลายเป็นเรื่องที่องค์กรไม่อาจมองข้าม โดยข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า
- ในมุมของกรมสุขภาพจิต นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ระบุว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานกว่า 38.66 ล้านคน ซึ่งต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงทั้งเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงรูปแบบการทำงานที่ซับซ้อนขึ้น กรมสุขภาพจิตจึงร่วมกับ สสส. พัฒนา HHA
- นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สุขภาพจิตเป็น 1 ใน 7 เป้าหมายยุทธศาสตร์ของ สสส. สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติฉบับที่ 1 โดยมุ่งสร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก่อนพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วย
Summary
เพื่อไม่ให้ปัญหาสุขภาพจิตกลายเป็นภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพ รวมทั้งศักยภาพขององค์กรในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงร่วมกับกรมสุขภาพจิต และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนแนวทาง Holistic Health Advisor (HHA) ภายใต้แนวคิด “Connecting People • Empowering Well-being • Building Healthy Organizations”
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เปิดเผยว่า สุขภาพจิตเป็น 1 ใน 7 เป้าหมายยุทธศาสตร์ของ สสส. สอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพจิตแห่งชาติฉบับที่ 1 โดยมุ่งสร้างเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตก่อนพัฒนาไปสู่การเจ็บป่วย ผ่านการพัฒนาองค์ความรู้ การส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน โรงเรียน และสถานประกอบการ การขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ ตลอดจนการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต พร้อมร่วมกับกรมสุขภาพจิตและภาคีเครือข่ายพัฒนาเครื่องมือดูแลสุขภาพจิต อาทิ แอปพลิเคชัน DMind และเว็บแอปพลิเคชันต่อ-เติม-ใจ
สถานการณ์ในไทยก็มีสัญญาณที่ต้องจับตา โดยข้อมูลจากระบบ Mental Health Check-in ของกรมสุขภาพจิต ปี 2568 พบคนวัยทำงานอายุ 20-59 ปี ร้อยละ 11 มีความเครียดในระดับสูง และเพิ่มเป็นร้อยละ 28 ในกลุ่มวัยทำงานตอนต้นอายุ 20-29 ปี ขณะที่ผลสำรวจของ TIMS พบคนวัยทำงานร้อยละ 27 ยังคงฝืนทำงานแม้มีปัญหาสุขภาพจิต หรือภาวะ Presenteeism