The Standard
กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกแพลตฟอร์มออนไลน์สกัดคอนเทนต์เถื่อน เตือนประชาชนเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์และอินเทอร์เน็ต เร่งระงับการเผยแพร่คอนเทนต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และคลิปวิดีโอ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้งดรับชมและสนับสนุนสื่อเถื่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงิน
Key facts
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์และอินเทอร์เน็ต เร่งระงับการเผยแพร่คอนเทนต์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์ และคลิปวิดีโอ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนให้งดรับชมและสนับสนุนสื่อเถื่อน
- อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้ประชาชนเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเร่งร่วมมือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องปรามและสกัดกั้นเนื้อหาละเมิดลิขสิทธิ์อย่างทันท่วงที ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ศุภจี สุธรรมพันธ์
- เบื้องต้นกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการตรวจสอบและประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งระงับการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าว
Summary
อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้ประชาชนเข้าถึงคอนเทนต์ต่างๆ ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีรูปแบบซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ส่งผลให้การติดตามและระงับการเผยแพร่เป็นความท้าทาย
จากกรณีล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรับชมภาพยนตร์และซีรีส์ ว่ามีการลักลอบนำเนื้อหาไปเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์อื่น โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือดึงดูดผู้ชม เช่น การเผยแพร่คลิปตัวอย่างเพื่อเชิญชวน พร้อมแนบลิงก์ไปยังช่องทางอื่นเพื่อให้ผู้ชมเข้ากลุ่ม ลงทะเบียน และชำระเงิน
ทั้งนี้ การนำภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือคลิปที่มีลิขสิทธิ์ไปทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต เข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หากเป็นการกระทำเพื่อการค้า จะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ