Komchadluek
รัฐบาล เผย "ไทยช่วยไทย พลัส" ยอดใช้จ่ายทะลุ 1.61 แสนล้านบาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
20 ก.ย. 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" (60/40) ว่า ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายสะสมรวม 161,555.6 ล้านบาท มีประชาชนได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,528 ราย สะท้อนการหมุนเวียนของเม็ดเงินจากมาตรการไปสู่ประชาชน ร้านค้า และผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาพลังงานและค่าครองชีพ
Key facts
- ยอดใช้จ่ายสะสม 161,555.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินภาครัฐร่วมจ่าย 92,900.7 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 68,654.9 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติรวม 155,335.8 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery รวม 6,219.8 ล้านบาท
- ยอดใช้จ่ายกว่า 1.61 แสนล้านบาท สะท้อนว่าความช่วยเหลือถูกนำไปใช้กับสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน ขณะที่ประชาชนร่วมจ่ายกว่า 6.86 หมื่นล้านบาท ทำให้เม็ดเงินจากภาครัฐสามารถต่อยอดเป็นกำลังซื้อและรายรับของร้านค้าได้มากขึ้น
- รัฐบาลให้ความสำคัญกับมาตรการที่ช่วยประชาชนได้ตรงจุดและทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง ไทยช่วยไทย พลัสจึงดูแลทั้งสองด้านพร้อมกัน คือช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และช่วยประคองรายได้ของผู้ประกอบการ
Summary
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดสำคัญของโครงการไทยช่วยไทย พลัส ไม่ได้อยู่เพียงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่เป็นกลไกร่วมจ่ายที่นำเงินภาครัฐมาสมทบกับกำลังซื้อของประชาชน และส่งต่อไปเป็นรายรับของร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคบริการ ช่วยให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในช่วงที่ประชาชนและภาคธุรกิจต้องเผชิญกับต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
ยอดใช้จ่ายสะสม 161,555.6 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินภาครัฐร่วมจ่าย 92,900.7 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย 68,654.9 ล้านบาท โดยเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติรวม 155,335.8 ล้านบาท และผ่าน Food Delivery รวม 6,219.8 ล้านบาท
สำหรับแนวทางดำเนินมาตรการในระยะต่อไป กระทรวงการคลังเตรียมนำผลการดำเนินงานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 โดยการขยายระยะเวลา วงเงิน สิทธิ หรือเงื่อนไขต่าง ๆ จะต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะแจ้งรายละเอียดอย่างเป็นทางการให้ประชาชนทราบโดยเร็ว จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางราชการ และอย่าหลงเชื่อข้อความที่ระบุว่าโครงการระยะต่อไปได้รับอนุมัติแล้วก่อนมีมติคณะรัฐมนตรี