Matichon
พร้อมพงศ์ ห่วงการเมืองร้อนกลบปัญหาปากท้อง จี้รัฐเร่งลดพลังงาน-คุมของแพง-เพิ่มเงินในกระเป๋า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงปลายเดือนกันยายนว่า มีหลายเรื่องที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวภายหลังมติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเรื่องฮั้วส.ว. การตรวจสอบจากหลายฝ่าย การขยับเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน คดีการเมืองสำคัญ อาทิ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่รอคำวินิจฉัยจากศาล ซึ่งทุกเรื่องควรเดินไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และกลไกตรวจสอบ โดยไม่ควรก้าวล่วงหรือฟันธงผลล่วงหน้า
Key facts
- นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องระวัง คือ อย่าปล่อยให้กระแสการเมืองกลบศึก ปากท้องประชาชนยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ ราคาน้ำมันดีเซล B7 ล่าสุดอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ข้อมูลสำรวจอาหารจานเดียว เดือนเมษายน–สิงหาคม2569 สูงถึง 523
- เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงปลายเดือนกันยายนว่า มีหลายเรื่องที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวภายหลังมติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเรื่องฮั้วส.ว. การตรวจสอบจากหลายฝ่าย
- น้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตร เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่หน้าปั๊ม น้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของการขนส่ง เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็เพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและอาหาร ชาวบ้านไม่ได้ถามแค่ว่าการเมืองจะจบอย่างไร แต่ถามว่า น้ำมันเท่าไหร่ ข้าวจานหนึ่งเท่าไหร่
- นายพร้อมพงศ์กล่าวด้วยว่า เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศมาเกือบ 6 เดือน ประชาชนย่อมต้องการเห็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ลดต้นทุนพลังงาน ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี กองทุนน้ำมัน และค่าการตลาด
Summary
“น้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตร เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่หน้าปั๊ม น้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของการขนส่ง เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็เพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและอาหาร ชาวบ้านไม่ได้ถามแค่ว่าการเมืองจะจบอย่างไร แต่ถามว่า น้ำมันเท่าไหร่ ข้าวจานหนึ่งเท่าไหร่ งานยังมีหรือไม่ รายได้พอกับรายจ่ายหรือไม่ และสิ้นเดือนจะเหลือเงินในกระเป๋าเท่าไหร่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว
นายพร้อมพงศ์กล่าวด้วยว่า เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศมาเกือบ 6 เดือน ประชาชนย่อมต้องการเห็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ลดต้นทุนพลังงาน ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี กองทุนน้ำมัน และค่าการตลาด พร้อมชี้แจงให้ชัดว่าส่วนใดสามารถลดภาระประชาชนได้ 2.กดค่าครองชีพของประชาชนให้ลดลงกว่านี้ ติดตามราคาสินค้าจำเป็น อาหาร ค่าเดินทาง และค่าไฟ ตรวจสอบต้นทุนเมื่อพบการปรับราคาผิดปกติ ไม่ปล่อยให้ประชาชนรับภาระปลายทางเพียงฝ่ายเดียว
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะต่ออายุโครงการไทยช่วยพลัส ออกไปอีก 2 เดือน แต่คงบรรเทาความเดือดร้อนได้ชั่วคราว เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สัมผัสได้คือ ราคาสินค้า ราคาพลังงานจะลดลงเมื่อไหร่ มีทางไหนจะช่วยให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เห็นผลเมื่อไหร่ ถ้ารัฐบาลลดค่าครองชีพและทำให้รายได้ประชาชนดีขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากผลงานที่สัมผัสได้ หากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจสะสมพร้อมกับแรงกดดันทางการเมือง รัฐบาลอาจต้องรับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน