← Back to KHAO

พร้อมพงศ์ ห่วงการเมืองร้อนกลบปัญหาปากท้อง จี้รัฐเร่งลดพลังงาน-คุมของแพง-เพิ่มเงินในกระเป๋า

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองช่วงปลายเดือนกันยายนว่า มีหลายเรื่องที่ต้องจับตาความเคลื่อนไหวภายหลังมติ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเรื่องฮั้วส.ว. การตรวจสอบจากหลายฝ่าย การขยับเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคฝ่ายค้าน คดีการเมืองสำคัญ อาทิ บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ที่รอคำวินิจฉัยจากศาล ซึ่งทุกเรื่องควรเดินไปตามข้อเท็จจริง กฎหมาย และกลไกตรวจสอบ โดยไม่ควรก้าวล่วงหรือฟันธงผลล่วงหน้า

Key facts

Summary

“น้ำมันดีเซลทะลุ 40 บาทต่อลิตร เรื่องนี้ไม่ได้จบแค่หน้าปั๊ม น้ำมันเป็นต้นทุนสำคัญของการขนส่ง เมื่อต้นทุนสูงขึ้นก็เพิ่มแรงกดดันต่อราคาสินค้าและอาหาร ชาวบ้านไม่ได้ถามแค่ว่าการเมืองจะจบอย่างไร แต่ถามว่า น้ำมันเท่าไหร่ ข้าวจานหนึ่งเท่าไหร่ งานยังมีหรือไม่ รายได้พอกับรายจ่ายหรือไม่ และสิ้นเดือนจะเหลือเงินในกระเป๋าเท่าไหร่” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์กล่าวด้วยว่า เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศมาเกือบ 6 เดือน ประชาชนย่อมต้องการเห็นผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ จึงเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ 3 เรื่องคือ 1.ลดต้นทุนพลังงาน ทบทวนโครงสร้างราคาน้ำมัน ภาษี กองทุนน้ำมัน และค่าการตลาด พร้อมชี้แจงให้ชัดว่าส่วนใดสามารถลดภาระประชาชนได้ 2.กดค่าครองชีพของประชาชนให้ลดลงกว่านี้ ติดตามราคาสินค้าจำเป็น อาหาร ค่าเดินทาง และค่าไฟ ตรวจสอบต้นทุนเมื่อพบการปรับราคาผิดปกติ ไม่ปล่อยให้ประชาชนรับภาระปลายทางเพียงฝ่ายเดียว

อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะต่ออายุโครงการไทยช่วยพลัส ออกไปอีก 2 เดือน แต่คงบรรเทาความเดือดร้อนได้ชั่วคราว เชื่อว่าสิ่งที่ประชาชนอยากเห็น สัมผัสได้คือ ราคาสินค้า ราคาพลังงานจะลดลงเมื่อไหร่ มีทางไหนจะช่วยให้เงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เห็นผลเมื่อไหร่ ถ้ารัฐบาลลดค่าครองชีพและทำให้รายได้ประชาชนดีขึ้น จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นจากผลงานที่สัมผัสได้ หากความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจสะสมพร้อมกับแรงกดดันทางการเมือง รัฐบาลอาจต้องรับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน

Read full article at Matichon →