The Standard
เอกนัฏ เดินหน้าลดค่าไฟ 200 หน่วยแรก 3 บาท เปิดโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ ให้ประชาชนผลิต-ขายไฟคืน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (19 กันยายน) เวลา 09.05 น. เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ โดยเผยถึงแนวทางปรับโครงสร้างพลังงานครั้งใหญ่ พร้อมหยิบเรื่องใกล้ตัวที่สุดของประชาชนอย่างค่าไฟมาเป็นจุดตั้งต้น และประกาศเปลี่ยนประชาชนจากผู้ซื้อไฟเพียงอย่างเดียว ให้มีโอกาสเป็นผู้ผลิตและขายไฟจากหลังคาบ้านตัวเอง
Key facts
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีเบื้องหลังต้นทุนในบิลค่าไฟว่า ต้นทุนไฟสาธารณะหรือไฟทางถูกนำไปรวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟมานาน 30–40 ปี คิดเป็นภาระประมาณ 18,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งที่ผู้ใช้ไฟทั่วไปไม่เห็นรายการดังกล่าวปรากฏในบิลโดยตรง
- เอกนัฏ กล่าวว่า ยกตัวอย่างการคำนวณ ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600–700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท หากเป็นครัวเรือนที่มีบิลค่าไฟอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน การติดโซลาร์จึงอาจช่วยลดภาระรายเดือนได้อย่างมาก ทั้งนี้
- เที่ยวนี้เราไปไกลกว่าผลิตไฟใช้เอง เราปรับมุมมองเลยว่า ให้ประชาชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า ไทยมีแสงแดดเป็นทรัพยากรอยู่แล้ว ขณะที่ต้นทุนไฟฟ้าส่วนหนึ่งผูกกับก๊าซและน้ำมันนำเข้า ซึ่งอ่อนไหวต่อสงครามและราคาตลาดโลก”
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลได้เตรียมกำลังผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์รูฟท็อป 10,000 เมกะวัตต์ไว้สำหรับประชาชนโดยเฉพาะ ต่างจากอดีตที่เมื่อพูดถึงพลังงานแสงอาทิตย์ คนส่วนใหญ่มักนึกถึงโซลาร์ฟาร์มและผู้ประกอบการรายใหญ่
Summary
สำหรับปัญหาที่คนส่วนใหญ่กังวลว่า กลางวันไม่อยู่บ้าน ติดโซลาร์แล้วผลิตไฟให้ใครใช้ แนวทางใหม่จะเปิดให้รัฐรับซื้อไฟส่วนที่เหลือคืน และนำมาหักเป็นส่วนลดค่าไฟในรอบเดียวกัน ทำให้ไฟที่ผลิตออกมาไม่สูญเปล่า และลดความจำเป็นในการซื้อแบตเตอรี่ราคาแพงทันที
เอกนัฏ กล่าวว่า ยกตัวอย่างการคำนวณ ระบบขนาด 5 กิโลวัตต์อาจผลิตไฟได้ราว 600–700 หน่วยต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 กว่าบาท หากเป็นครัวเรือนที่มีบิลค่าไฟอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน การติดโซลาร์จึงอาจช่วยลดภาระรายเดือนได้อย่างมาก ทั้งนี้ ผลจริงขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตและพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน
อย่างไรก็ตาม เรื่องค่าไฟและโซลาร์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ PDP ฉบับใหม่ ที่กำลังจะออกมา โดยวาง 3 เป้าหมายคือ สะอาดที่สุด มั่นคงที่สุด และเป็นธรรมที่สุด ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดจากปัจจุบัน 20% กว่าๆ ให้เข้าใกล้ 50% ภายใน 10 ปี และไม่ต่ำกว่า 65% ในระยะยาว