Kaohoon
งบปี 70 ปลุกหุ้นก่อสร้าง! จ่อประมูลงานเมกะโปรเจกต์ โบรกชู CK-STECON เด่น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐมีแนวโน้มเข้าสู่วัฏจักรรอบใหม่ในปี 2570 หลังงบประมาณรายจ่ายประจำปีจัดสรรเม็ดเงินลงทุนในระดับสูง ขณะที่โครงการคมนาคมขนาดใหญ่หลายโครงการเริ่มมีความคืบหน้าเข้าสู่กระบวนการประมูล ซึ่งจะเป็นแรงหนุนโดยตรงต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ผ่านโอกาสในการเติมมูลค่างานในมือ (Backlog) และเพิ่มการรับรู้รายได้ในระยะถัดไป
Key facts
- บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาก่อสร้างว่า การผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเร่งลงทุนภาครัฐรอบใหม่ โดยมีงบลงทุนสูงถึงประมาณ
- การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐมีแนวโน้มเข้าสู่วัฏจักรรอบใหม่ในปี 2570 หลังงบประมาณรายจ่ายประจำปีจัดสรรเม็ดเงินลงทุนในระดับสูง ขณะที่โครงการคมนาคมขนาดใหญ่หลายโครงการเริ่มมีความคืบหน้าเข้าสู่กระบวนการประมูล
- นอกจากนี้ CK ยังมีโอกาสได้รับงานขนาดใหญ่อีก 2 โครงการที่เกี่ยวข้อง กับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ได้แก่ งานวางระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ มูลค่าประมาณ 30,000 ล้านบาท และโครงการทางด่วน Double Deck มูลค่าประมาณ
- CK ให้มูลค่า เหมาะสม 23.10 บาท อิง 1.3 เท่าของมูลค่าทางบัญชีปี 2569 จากความคืบหน้าของงานใหม่ที่เริ่มเห็นชัดเจนขึ้น และโอกาสรับงานโครงการขนาดใหญ่ที่จะทยอยเข้าสู่กระบวนการประมูลในปี 2570
- ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) มีมุมมองสอดคล้องกันว่า เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกของงานประมูลภาครัฐรอบใหม่ โดยเฉพาะต่อ CK หลังช่วงก่อนหน้านี้ยังไม่มีโครงการลงทุนขนาดใหญ่เปิดประมูล ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปี 2569 CK
- ในเชิงกลยุทธ์ บล.เอเซีย พลัส มีมุมมองเชิงบวกต่อธีมการลงทุนภาครัฐ โดยเห็นว่าการผ่านงบประมาณปี 2570 เป็น Catalyst สำคัญที่ยืนยันการกลับมาของวัฏจักรลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า พร้อมเลือก CK และ STECON
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาก่อสร้างว่า การผ่านร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเร่งลงทุนภาครัฐรอบใหม่ โดยมีงบลงทุนสูงถึงประมาณ 7.89 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 20.8% ของงบประมาณทั้งหมด ขณะที่กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันโครงการลงทุนรวม 262 โครงการ ครอบคลุมถนน รถไฟ รถไฟฟ้า ท่าเรือ และสนามบิน ส่วนงบท้องถิ่นเกือบ 3.95 แสนล้านบาท จะช่วยเพิ่มงานก่อสร้างและซ่อมบำรุงในภูมิภาค
บล.เอเซีย พลัส มองว่า กลุ่มรับเหมาก่อสร้างเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงมากที่สุด จากการผ่านงบประมาณปี 2570 เนื่องจากจะเป็นตัวปลดล็อกการเปิดประมูลและเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ โดยเฉพาะระบบราง มอเตอร์เวย์ ทางด่วน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเติม Backlog สำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า โดยประเมินว่า บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) หรือ CK และ บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON มีความเชื่อมโยงกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณมากที่สุด
ทั้งนี้ บล.พาย มองว่า การเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่มูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เป็นโอกาสให้ CK เข้าร่วมประมูลทั้งหมด โดยคาดว่า 3 โครงการดังกล่าวจะแบ่งออกเป็นประมาณ 5 สัญญา ทำให้ CK มีโอกาสได้รับงานบางส่วน ซึ่งหากได้รับงานใหม่ จะเป็น Upside ต่อประมาณการรายได้ปี 2570 ที่ บล.พาย ประเมินไว้ที่ 42,134 ล้านบาท เนื่องจากประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมงานใหม่ที่จะเกิดขึ้น