Siam Blockchain
SEC สหรัฐฯ เปิดไฟเขียวเทรดหุ้นโทเคน ปูทางสู่ตลาด 24 ชั่วโมง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ประกาศยกเว้นกฎระเบียบชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้แพลตฟอร์มต่างๆ สามารถนำหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคน (Tokenized Stocks) และเปิดให้ซื้อขายได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
Key facts
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ประกาศยกเว้นกฎระเบียบชั่วคราวเพื่อเปิดทางให้แพลตฟอร์มต่างๆ สามารถนำหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาแปลงเป็นโทเคน (Tokenized Stocks) และเปิดให้ซื้อขายได้ ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- เงื่อนไขสำคัญคือผู้ถือหุ้นโทเคนจะต้องได้รับสิทธิประโยชน์และสิทธิในการออกเสียงเช่นเดียวกับการถือหุ้นปกติ นอกจากนี้ บริษัทเจ้าของหุ้นยังมีสิทธิ์ที่จะคัดค้านและไม่อนุญาตให้นำหุ้นของตนไปแปลงเป็นโทเคนได้
- ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act ถูกปัดตกในวุฒิสภา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า SEC กำลังพยายามใช้ขอบเขตอำนาจที่มีอยู่เพื่อกำหนดทิศทางและกฎเกณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมคริปโตด้วยตัวเอง
Summary
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา หรือ SEC ได้ออกคำสั่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาเพื่อสร้างกรอบการกำกับดูแลชั่วคราวที่เปิดทางให้แพลตฟอร์มการซื้อขายบางแห่งสามารถนำหุ้นของบริษัทในสหรัฐอเมริกามาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลและเปิดให้ซื้อขายได้ทันที โดยมาตรการที่เรียกว่า “Innovation Exemption”
การขยับตัวครั้งสำคัญของหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ความพ่ายแพ้ทางการเมืองเพียงสองวัน เมื่อร่างกฎหมายคริปโตที่สำคัญที่สุดอย่าง CLARITY Act ล้มเหลวในการผ่านด่านวุฒิสภา ร่างกฎหมายดังกล่าวเคยถูกคาดหวังว่าจะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการจำแนกประเภทและควบคุมดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงหลักทรัพย์โทเคน แต่เมื่อทางตันในรัฐสภาเกิดขึ้น SEC จึงตัดสินใจเดินหน้ากำหนดขอบเขตการกำกับดูแลด้วยตัวเองภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ทางด้าน Paul Atkins ประธาน SEC
มาตรการยกเว้นที่มีระยะเวลา 5 ปีนี้ แม้จะยังไม่ใช่การออกกฎหมายอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีจุดประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้กิจกรรมในตลาดได้ดำเนินไป ซึ่งข้อมูลที่ได้จะถูกนำไปใช้ประกอบการพิจารณาร่างกฎระเบียบขั้นสุดท้าย และอาจเป็นแนวทางให้สภาคองเกรสใช้พิจารณาว่าจำเป็นต้องมีกฎหมายใหม่หรือไม่ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความคิดริเริ่ม “Project Crypto”