Matichon
ศุภจี เร่งปิดดีลภาษีสหรัฐฯ เตรียมถก ตัวแทน USTR ที่ฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ ยันยังไร้นัดนายกฯ คุยทรัมป์
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่า ขณะนี้ยังมีรายละเอียดที่ต้องหารือเพิ่มเติมเล็กน้อยระหว่างไทยกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) โดยในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) ตนจะเดินไปประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งจะได้มีการหารือเพิ่มเติมกับนาย Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เกี่ยวกับเรื่องนี้ และคิดว่าจะมีการพูดคุยให้เสร็จเรียบร้อย
Key facts
- เมื่อเวลา 08.20 น. วันที่ 18 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ว่า
- เมื่อถามถึงการต่อสายพูดคุยเพื่อปิดดีลภาษีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ นางศุภจีกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องมีการตกลงกันเรื่องลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมใช่
- เมื่อถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะขอให้สหรัฐฯ พิจารณาภาษีอัตราพิเศษให้กับไทย เนื่องจากเราปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา เรื่องนี้อยู่ในเงื่อนไขที่เจราจากับสหรัฐฯหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ท่านนายกฯคุยเอง
Summary
เมื่อถามถึงการต่อสายพูดคุยเพื่อปิดดีลภาษีระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ นางศุภจีกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้มีการนัดหมาย เพราะต้องมีการตกลงกันเรื่องลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมใช่ ซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
เมื่อถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีระบุว่าจะขอให้สหรัฐฯ พิจารณาภาษีอัตราพิเศษให้กับไทย เนื่องจากเราปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างไทยกับกัมพูชา เรื่องนี้อยู่ในเงื่อนไขที่เจราจากับสหรัฐฯหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ท่านนายกฯคุยเอง เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯโดยตรง ในส่วนที่ตนทำงานนั้น คือการคุยในรายละเอียด ทำการบ้านตรงนี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
ส่วนหลังจากนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศจะนัดหมายกันหรือไม่ นางศุภจี กล่าวว่าควรจะเป็นเช่นนั้น เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำสูงสุดทั้งสองประเทศจะต้องมีการหารือกัน