Prachachat
KKP ขยับเพิ่ม GDP โต 2.5% ฟื้นตัวแต่ไม่ทั่วถึง เทรนด์ AI พุ่ง “อุตฯ ดั้งเดิม-ฐานราก” ซบเซา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
KKP Research ปรับจีดีพีเพิ่มเป็น 2.5% ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นแบบ K-Shape บนฟื้น ล่างทรุด โตแบบไม่ทั่วถึง แรงส่ง AI ดันลงทุน ส่งออกโต สวนทาง 4 อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เอสเอ็มอี เครื่องใช้ไฟฟ้า น่าห่วง เจอโครงสร้างตลาดเปลี่ยน การแข่งขันสินค้านำเข้า กระทุ้งรัฐดึงลงทุนเอไอ ปรับนโยบายให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด
Key facts
- KKP Research ปรับจีดีพีเพิ่มเป็น 2.5% ชี้เศรษฐกิจไทยฟื้นแบบ K-Shape บนฟื้น ล่างทรุด โตแบบไม่ทั่วถึง แรงส่ง AI ดันลงทุน ส่งออกโต สวนทาง 4 อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี เอสเอ็มอี เครื่องใช้ไฟฟ้า น่าห่วง เจอโครงสร้างตลาดเปลี่ยน
- AI โตแรง สวนทาง 4 อุตสาหกรรมหลักของประเทศ
- รายงานจาก KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า KKP Research ได้ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.5% จากเดิม 2.1% และปี 2570 เป็น 2.7% จากเดิม 2.2%
- ด้านนโยบายการเงิน KKP Research ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อปี 2569 ลงเหลือ 1.8% และคาดว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงสิ้นปี 2570 เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อมาจากด้านต้นทุน (Cost-push)
- กังวลไทยได้ประโยชน์จาก AI น้อย รัฐต้องปรับนโยบาย
Summary
“การปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีไม่ได้หมายความว่าการฟื้นตัวจะกระจายตัวไปในทุกภาคส่วน โดย KKP Research ประเมินว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ภาวะการฟื้นตัวแบบ K-Shape อย่างสมบูรณ์ ซึ่งอธิบายปรากฏการณ์ที่บางอุตสาหกรรมเติบโตทะยานขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจฐานรากและอุตสาหกรรมดั้งเดิมยังคงซบเซา”
รายงานจาก KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า KKP Research ได้ปรับเพิ่มประมาณการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 2.5% จากเดิม 2.1% และปี 2570 เป็น 2.7% จากเดิม 2.2% จากการได้รับแรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่รายได้ยังแข็งแกร่ง รวมถึงการลงทุนภาคเอกชนและการส่งออกที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI Capex Cycle) ของโลก แต่เศรษฐกิจยังต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
นอกจากนี้การลงทุนด้านเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์ในไทยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้กำไรบางส่วนถูกส่งกลับออกนอกประเทศ ขณะที่ประเทศอย่างเกาหลีใต้และไต้หวันมีบริษัทชั้นนำของตัวเองอยู่ในห่วงโซ่การผลิตมากกว่า ส่งผลให้เม็ดเงินจากการลงทุนสามารถเชื่อมโยงไปยังการจ้างงานและรายได้ภาษีภายในประเทศได้มากขึ้น