Kaohoon
ก.ล.ต. ปรับเกณฑ์รองรับ Transition Bond–Thailand Amber Bond มีผลแล้ว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (18 ก.ย.69) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อรองรับการออกและเสนอขายตราสารหนี้เพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Bond) และตราสารหนี้เพื่อกิจกรรมสีเหลืองตามมาตรฐาน Thailand Taxonomy (Thailand Amber Bond) รวมทั้งยกระดับการเปิดเผยข้อมูลของตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (ESG Bond) ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569
Key facts
- ตามแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2569–2571 ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) ก.ล.ต. มุ่งหวังให้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Engine of Growth)
- Thailand Amber Bond ตราสารหนี้ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่เป็นกิจกรรมสีเหลือง (Amber) ตามเกณฑ์การประเมินใน Thailand Taxonomy และมีการอ้างอิงมาตรฐานสำหรับตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) หรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
- ก.ล.ต. จึงได้ออกประกาศที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 ฉบับ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
Summary
ตามแผนยุทธศาสตร์ ก.ล.ต. ปี 2569–2571 ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสนับสนุนการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) ก.ล.ต. มุ่งหวังให้ตลาดทุนไทยเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ (Engine of Growth) โดยมุ่งเน้นให้เกิดผลิตภัณฑ์สำหรับการระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านในตลาดทุนไทย ภายใต้แนวทางที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รวมถึงเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ
1. Transition Bond ตราสารหนี้ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนในโครงการที่สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือแผนด้านการเปลี่ยนผ่านขององค์กร โดยมีการอ้างอิงมาตรฐาน Transition Bond ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่ Climate Transition Bond Guidelines โดย International Capital Market Association (ICMA) หรือ Climate Bonds Standard โดย Climate Bonds Initiative (CBI)
การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้ภาคธุรกิจไทยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อนำไปปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อม ซึ่งจะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ และสร้างการเติบโตให้ระบบเศรษฐกิจที่แท้จริง (Real Economy) ของประเทศ