European Union · Post Today
สนค.เตือนส่งออกปรับตัว หลัง EU เข้มการจัดการบรรจุภัณฑ์ ตั้งแต่ออกแบบ ผลิต หลังใช้งาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สนค.เผยสหภาพยุโรป (EU) ประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 12 ส.ค.69 กำหนดควบคุมบรรจุภัณฑ์ตลอดวงจรชีวิต
Key facts
- การกำหนดปริมาณและความเข้มข้นของสารเคมีที่สุ่มเสี่ยง (Substances of Concern)
- การจัดทำหลักเกณฑ์ตรวจสอบโลหะที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะ ตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และโครเมียม
- การห้ามใช้สารเคลือบกันซึมประเภท PFAS ในบรรจุภัณฑ์อาหารทุกประเภทโดยมาตรฐานดังกล่าวจะถูกบังคับใช้กับบรรจุภัณฑ์สินค้าทุกรูปแบบ ทั้งบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เป็นการทั่วไป อย่างกล่องกระดาษ ถุงพลาสติก พลาสติกห่อสินค้า
- บรรจุภัณฑ์บริการและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้วทิ้ง (Service and Disposable Packaging) อาทิ แก้วกระดาษ ถุงกระดาษ แผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม
- สิ่งของที่เป็นองค์ประกอบเสริมของสินค้า (Ancillary Elements) อาทิ ป้ายห้อยสินค้า สติกเกอร์ติดบนสินค้า สติกเกอร์ฉลากสินค้า อุปกรณ์ประคองสินค้า
- บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยเดียวกับสินค้า (Single-serve units) อาทิ ถุงชาเยื่อกระดาษ แคปซูลกาแฟ และแคปซูลสำหรับชงเครื่องดื่มประเภทอื่น ๆ
Summary
ซึ่งได้เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.2569 ถือเป็นตัวอย่างของมาตรการทางการค้ารูปแบบใหม่ ที่นำประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อมให้ผู้ผลิตต้องปรับตัวในการผลิตและส่งออกสินค้าให้มีความเหมาะสม เพื่อจำหน่ายในตลาดที่มีมูลค่าสูง
นายนันทพงศ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การค้าของสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นผู้นำในด้านนโยบายการค้าสิ่งแวดล้อม ภายใต้ข้อตกลงสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) พบว่า ได้ยกระดับความเข้มงวดด้วยการประกาศใช้กฎระเบียบ Regulation (EU) 2025/40 (PPWR) ว่าด้วยบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์
เป้าหมายหลัก คือ ทำให้บรรจุภัณฑ์ทุกชิ้นที่วางจำหน่ายใน EU สอดคล้องกับหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ลดของเสีย เพิ่มการนำกลับมาใช้ใหม่ และใช้วัสดุที่สามารถเข้าสู่วงจรการผลิตใหม่ได้จริง แทนที่จะกลายเป็นขยะ