Post Today
ปรเมศวร์เตือน 4 กกต. ใช้ดุลพินิจคดีฮั้วสว.ตามอำเภอใจเสี่ยงผิดอาญา
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ปรเมศวร์ ยกคำพิพากษาฎีกาเตือน 4 กกต. ชั้นพิจารณาสำนวนต้องดูว่าคดีมีมูลพอส่งศาลหรือไม่ หากใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจอาจผิดอาญา
Key facts
- เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด เตือนกรรมการการเลือกตั้ง 4 คนที่ลงมติในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา ให้ระวังการใช้ดุลพินิจพิจารณาส่งสำนวน
- นายปรเมศวร์โพสต์ข้อความยกคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2549 มาเปรียบเทียบกับการใช้ดุลพินิจของ กกต. โดยชี้ให้เห็นเส้นแบ่งระหว่างการใช้ดุลพินิจโดยชอบกับการตัดสินตามอำเภอใจ
- มาตรา 157 กำหนดความผิดสำหรับเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ส่วนมาตรา 200 วรรคหนึ่ง ครอบคลุมเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมที่ช่วยบุคคลอื่นไม่ให้รับโทษ
- นายปรเมศวร์ทิ้งท้ายด้วยคำถามว่า “ท่านอ่านแล้ว คิดว่า กกต.ทั้ง 4 ท่าน จะได้รับผลอย่างไรครับ”
Summary
สาระสำคัญของคำพิพากษาระบุว่า การสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ไม่ใช่คำตัดสินว่าผู้ต้องหากระทำผิดหรือเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะอำนาจวินิจฉัยขั้นสุดท้ายเป็นของศาล
คำสั่งที่ไม่มีเหตุผลรองรับอาจเข้าข่ายใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจและอยู่นอกขอบเขตกฎหมาย
หากพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาช่วยผู้กระทำผิด อาจเข้าข่ายมาตรา 157 และมาตรา 200