Komchadluek
ลือหึ่ง! “สี จิ้นผิง” เส้นเลือดสมองตีบ กลางเวที BRICS หามส่ง รพ.ในปักกิ่ง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกระแสข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวเกิดอาการป่วยกะทันหันระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย จนต้องยกเลิกภารกิจกระทันหันและเดินทางกลับกรุงปักกิ่งก่อนกำหนด
Key facts
- กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำโดย เซี่ย ว่านจวิน (谢万军 / Wanjun Xie) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวจีนที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลและคลิปวิดีโอผ่านบัญชี X (Twitter) ของเขา โดยระบุว่า สี จิ้นผิง
- นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ทันทีที่เครื่องบินลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง สี จิ้นผิง ได้ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาล 301 (Beijing's 301 Hospital) เพื่อเข้ารับการผ่าตัดและรักษาชีวิตฉุกเฉินในเขตรักษาพยาบาลส่วนตัว
- แม้จนถึงขณะนี้ ทางการจีนจะยังคงปิดเงียบและไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำ แต่การกระจายข่าวบน X ของเซี่ย ว่านจวิน ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดภายในโรงพยาบาล ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับระบอบการปกครองของจีน
Summary
กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำโดย เซี่ย ว่านจวิน (谢万军 / Wanjun Xie) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวจีนที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลและคลิปวิดีโอผ่านบัญชี X (Twitter) ของเขา โดยระบุว่า สี จิ้นผิง ได้ยุติการเยือนอินเดียอย่างเร่งด่วนก่อนการประชุมจะเสร็จสิ้น และเมื่อพิจารณาจากภาพวิดีโอในขณะที่ผู้นำจีนวัย 71 ปี กำลังเดินขึ้นบันไดเครื่องบินพิเศษ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี พบว่า สี จิ้นผิง เดินด้วยความยากลำบาก ก้าวเดินไม่มั่นคง และมีลักษณะร่างกายเอียงไปทางซ้ายอย่างเห็นได้ชัด
รายงานข่าว ได้แบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก เกี่ยวกับสาเหตุของอาการป่วยของ สี จิ้นผิง ได้แก่
แม้จนถึงขณะนี้ ทางการจีนจะยังคงปิดเงียบและไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำ แต่การกระจายข่าวบน X ของเซี่ย ว่านจวิน ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดภายในโรงพยาบาล ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับระบอบการปกครองของจีน เนื่องจาก สี จิ้นผิง ได้รวบอำนาจไว้ที่ตนเองอย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่มีการวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน