Komchadluek
กรมควบคุมมลพิษ อัปเดต สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ภาคใต้ เริ่มเกินมาตรฐาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ติดตามสถานการณ์วิกฤติหมอกควันข้ามแดนภาคใต้ สถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างต่อเนื่อง ยังคงพบจุดความร้อน (Hotspot) จำนวนมากในอินโดนีเซีย ประกอบกับทิศทางลมมีแนวโน้มพัดพากลุ่มหมอกควันที่เกิดขึ้นมายังภาคใต้ของประเทศไทย ส่งผลให้ค่า PM2.5 ในพื้นที่ภาคใต้เริ่มเกินมาตรฐาน
Key facts
- สถานการณ์คุณภาพอากาศทางตอนใต้ของประเทศไทยวันนี้ (17 กันยายน 2569) ภาพรวมฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับดีมาก - เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดย 2 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส และยะลา มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐาน อยู่ในช่วง
- ข้อมูลจุดความร้อนจาก GISTDA ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 พบจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทย 4 จุด ซึ่งเป็นจุดความร้อนในพื้นที่ภาคใต้ 1 จุด ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย 7,236 จุด ประกอบกับพื้นที่ชายแดนใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ
- ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากพบค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับสูง ควรลดกิจกรรมกลางแจ้งและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสุขภาพจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Summary
สถานการณ์คุณภาพอากาศทางตอนใต้ของประเทศไทยวันนี้ (17 กันยายน 2569) ภาพรวมฝุ่นละออง PM2.5 อยู่ในระดับดีมาก - เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดย 2 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ นราธิวาส และยะลา มีค่าฝุ่น PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงเกินมาตรฐาน อยู่ในช่วง 14.3-39.7 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.) และพบค่าฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 16 กันยายน 2569 ดังนี้
ข้อมูลจุดความร้อนจาก GISTDA ณ วันที่ 16 กันยายน 2569 พบจุดความร้อนเกิดขึ้นในประเทศไทย 4 จุด ซึ่งเป็นจุดความร้อนในพื้นที่ภาคใต้ 1 จุด ในขณะที่ประเทศอินโดนีเซีย 7,236 จุด ประกอบกับพื้นที่ชายแดนใต้มีแนวโน้มอัตราการระบายอากาศต่ำ ซึ่งอาจเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง จึงเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ หากมีกลุ่มควันจากอินโดนีเซียเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ศกพ. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากประเทศไทยได้รับผลกระทบหมอกควันข้ามแดนจากประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยจะเร่งทำหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนเพื่อขอความร่วมมือประเทศเพื่อนบ้านในการลดจุดความร้อนและลดผลกระทบต่อประชาชนต่อไป ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai และแฟนเพจกรมควบคุมมลพิษ