Ban Muang
“ณพลเดช” ชวนไทยถอดบทเรียนสิงคโปร์ ปรับ “จ่ายเงินให้คนอ่านหนังสือ” สู่ “แต้มความดี” เสนอ 100 ล้านนำร่องผ่านวัดทั่วประเทศ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายณพลเดช มณีลังกา สมาชิกวุฒิสภาสำรองจังหวัดเชียงราย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีประเทศสิงคโปร์มีแนวทางส่งเสริมการอ่านด้วยการใช้ Gamification หรือกลไกแบบเกม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนอ่านหนังสือวันละอย่างน้อย 15 นาที พร้อมสะสมเหรียญเสมือนเพื่อแลกรางวัลว่า สิ่งที่ประเทศไทยควรเรียนรู้ไม่ใช่เพียงเรื่อง “การจ่ายเงินให้คนอ่านหนังสือ”
Key facts
- ณพลเดชเสนอให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบประมาณนำร่องประมาณ 100 ล้านบาท โดยใช้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นหน่วยงานกลาง และส่งต่อผ่านเครือข่ายวัดที่มีอยู่แล้วทั่วประเทศ แทนการสร้างโครงสร้างหรือหน่วยงานใหม่
- 100 ล้านบาทจะมีความหมายก็ต่อเมื่อเราสามารถตอบได้ว่า เงินที่ใช้ไปสร้างอะไรขึ้นมา และประชาชนได้อะไรกลับมา หากใช้งบแล้วไม่มีข้อมูลว่าเกิดผลอย่างไร ก็ไม่ต่างจากการใช้งบประมาณทั่วไป แต่ถ้าทุกกิจกรรมมีข้อมูลก่อนและหลัง
- เราไม่ควรคิดเพียงว่าเงิน 100 ล้านบาทจะเอาไปแจกใคร แต่ควรคิดว่าเงิน 100 ล้านบาทจะทำให้คนไทยเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง หากประชาชนได้ประโยชน์โดยตรง วัดทำหน้าที่เป็นเครือข่าย ชุมชนมีส่วนร่วม รัฐตรวจสอบได้ และทุกบาทสามารถตอบได้ว่าใช้ไปเพื่ออะไร
- ณพลเดช กล่าวว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดได้ ทั้งวัด พระสงฆ์ หนังสือธรรมะ การปฏิบัติธรรม และเครือข่ายชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเสนอให้ปรับแนวคิดดังกล่าวเป็น “ระบบแต้มความดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสังคม”
Summary
“เราใช้วัดเป็นเครือข่ายได้ แต่ต้องไม่หมายความว่าให้เงินแล้วปล่อยให้แต่ละแห่งดำเนินการโดยไม่มีระบบตรวจสอบ บทเรียนจากปัญหาเงินทอนวัดในอดีตต้องนำมาออกแบบระบบใหม่ตั้งแต่ต้น ทุกบาทต้องมีที่มา มีวัตถุประสงค์ มีหลักฐานการใช้จ่าย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้”
ณพลเดช กล่าวว่า ประเทศไทยมีต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมที่สามารถนำมาต่อยอดได้ ทั้งวัด พระสงฆ์ หนังสือธรรมะ การปฏิบัติธรรม และเครือข่ายชุมชนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงเสนอให้ปรับแนวคิดดังกล่าวเป็น “ระบบแต้มความดีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันสังคม” โดยให้ประชาชนเลือกทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว และชุมชน แล้วได้รับแต้มสะสมหรือสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
“ถ้าสิงคโปร์กำหนดเป้าหมายวันละ 15 นาทีในการอ่านหนังสือ ประเทศไทยอาจทดลองแนวคิด ‘Mind 15’ หรือ ‘15 นาทีสร้างสติ’ ให้ประชาชนเลือกทำกิจกรรมที่ดี เช่น อ่านหนังสือ 15 นาที สวดมนต์ 15 นาที นั่งสมาธิ 15 นาที ออกกำลังกาย ทำจิตอาสา หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้วนำกิจกรรมเหล่านี้เข้าสู่ระบบแต้มความดี”