Nation TV
ARTICLE : เดิมพันครั้งใหญ่! สิงคโปร์ยอม "แจกเงิน" จ้างคนอ่านหนังสือ สู้ศึกภาวะสมองเสื่อมถอย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ถ้าพูดถึงประเทศสิงคโปร์ ในสายตาคนทั้งโลกคงมองว่าเป็นมหาอำนาจด้านการศึกษาที่ครองอันดับหนึ่งในการสอบ PISA มาโดยตลอด แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ รัฐบาลกำลังแอบกังวลกับ "วิกฤตสมาธิสั้น" ครั้งใหม่ จนต้องขนแคมเปญแจกเงินมาจ้างคนให้หันมากดโทรศัพท์น้อยลง แล้วดึงสติกลับคืนมาจากอัลกอริทึม!
Key facts
- เท่านั้น อ่านครบ 15 นาทีจะได้ 20 เหรียญในเกม แต่ต้องสะสมให้ได้ครบ 1,000 เหรียญ ถึงจะแลกเงินจริงได้ 1 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 25-30 บาท) นั่นหมายความว่า คุณต้องอ่านต่อเนื่องกันถึง 50 วัน ถึงจะได้เงินแค่ 1 ดอลลาร์
- เบื้องหลังแต้มสะสมอันน้อยนิด คือแผนการใหญ่ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคนในสังคม รัฐบาลไม่ได้มองแค่การเปลี่ยนคนคนเดียว แต่เป็นการปรับพฤติกรรมคนทั้งชาติ โดยตั้งเป้าดึงคนมาร่วมโครงการให้ได้ 150,000 คน เพื่อสะสมเวลาอ่านรวมกันให้ถึง 7.5 ล้านนาที
- ให้คนยอมนั่งอ่านหนังสือแค่วันละ 15 นาที เพื่อดึงสมาธิที่เสียไปตลอดวันกลับมา ไม่ใช่แค่เรื่องส่งเสริมการอ่านทั่วไปแล้ว แต่เป็นยุทธศาสตร์กู้วิกฤตทรัพยากรมนุษย์ของชาติเลยทีเดียว
- ของชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนั่งรถไฟ MRT สัก 3 สถานี หรือยืนรอรถเมล์ โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ คือ ต้องอ่านหนังสือให้ครบ 15 นาทีถึงจะบันทึกผลได้ และสะสมแต้มได้แค่ "วันละ 1 ครั้ง"
Summary
เมื่อคนในประเทศเริ่มติดการไถฟีดไปวันๆ จนเกิดภาวะ "Brain Rot" หรือสมองเสื่อมถอยเพราะเสพแต่คอนเทนต์ขยะ นี่จึงเป็นที่มาของโครงการ ReadSG ที่ดูเหมือนทำเล่นๆ แต่จริงๆ แล้วคือการวางเดิมพันกับคุณภาพประชากรครั้งสำคัญ การที่รัฐบาลยอม "จ่ายเงิน" ให้คนยอมนั่งอ่านหนังสือแค่วันละ 15 นาที เพื่อดึงสมาธิที่เสียไปตลอดวันกลับมา ไม่ใช่แค่เรื่องส่งเสริมการอ่านทั่วไปแล้ว แต่เป็นยุทธศาสตร์กู้วิกฤตทรัพยากรมนุษย์ของชาติเลยทีเดียว
กลไกของ ReadSG ถูกออกแบบให้เหมือนเล่นเกม (Gamification) โดยเน้นแทรกเข้าไปใน "เวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ" ของชีวิตประจำวัน เช่น ตอนนั่งรถไฟ MRT สัก 3 สถานี หรือยืนรอรถเมล์ โดยมีเงื่อนไขง่ายๆ คือ ต้องอ่านหนังสือให้ครบ 15 นาทีถึงจะบันทึกผลได้ และสะสมแต้มได้แค่ "วันละ 1 ครั้ง"
Melissa Tam ผู้อำนวยการหอสมุดแห่งชาติสิงคโปร์ (NLB) มองว่า ทุกวันนี้คนเราไม่ได้เลิกอ่านหนังสือ แต่เราอ่านกันแบบ "ฉิวเฉียด" ผ่านคลิปสั้นหรือโพสต์สั้นๆ ซึ่งได้แค่ข้อมูลดิบๆ แต่ไม่ได้ฝึกสมาธิ การอ่านเนื้อหายาวๆ (Long-form) ต่างหากที่จะช่วยสร้างวิเคราะห์และจินตนาการซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเพิ่มลูกเล่นด้วยการตั้งชื่อ "รสชาติของการอ่าน"