Thairath
รัฐบาลขยายผลตรวจตู้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ ไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นที่ทิ้งขยะอันตรายของใคร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นที่ทิ้งขยะอันตรายของใคร รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก “เปิดตู้” สู่ “ไล่เครือข่าย” ตรวจบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ ย้ำตรวจตามหลักฐาน–ไม่เหมารวมว่าผิดทั้งหมด
Key facts
- วันที่ 18 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือปลายทางของขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ
- นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 กรมศุลกากรจับกุมคดีด้านสิ่งแวดล้อมรวม 187 คดี ของกลางน้ำหนัก 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่ากว่า 234.4 ล้านบาท แบ่งเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 2.7 ล้านกิโลกรัม
- ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร
- ไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นที่ทิ้งขยะอันตรายของใคร รัฐบาลขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก “เปิดตู้”
Summary
นางสาวลลิดา กล่าวว่า การตรวจครั้งล่าสุดสะท้อนหลักสำคัญว่า “อายัดเพื่อตรวจสอบ ไม่ได้แปลว่าผิด” โดยจากเป้าหมายเปิดตรวจ 10 ตู้ สามารถตรวจได้ 9 ตู้ เนื่องจากอีก 1 ตู้ไม่มีผู้แทนบริษัทมาแสดงตัว ผลปรากฏว่า 3 ตู้จากโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ สำแดงถูกต้องและไม่พบการปนเปื้อน ขณะที่อีก 6 ตู้จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำแดงเป็นเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม ตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปน จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและขยายผลต่อไป
วันที่ 18 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือปลายทางของขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ โดยยกระดับการทำงานจากการตรวจสินค้าเป็นรายตู้ ไปสู่การขยายผลตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ผู้ส่งออกในต่างประเทศ ใบขนสินค้า ผู้นำเข้า ปลายทางรับของเสีย ไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้การดำเนินคดีไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริงตามพยานหลักฐาน
“เป้าหมายคือไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นที่ทิ้งขยะอันตรายของใคร การตรวจต้องไปให้ถึงต้นทาง ปลายทาง และเส้นทางเงิน แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่บนหลักฐาน ไม่เหมารวม ไม่กล่าวหาบุคคลหรือบริษัทก่อนผลการสอบสวน เพื่อให้ทั้งการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายเดินไปพร้อมกัน” นางสาวลลิดา กล่าว