The Matter
“มองให้เห็นว่า ‘ช้างทั้งตัว’ เป็นอย่างไร” อ่านความเห็น ‘กกต.เสียงข้างน้อย’ ที่เชื่อว่าพฤติกรรมโกงการ สว. อาจเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
กกต. ยังยกกรณี ‘พยานรหัส 16/26’ ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ ได้ให้การไว้ว่า มีบุคคลที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยเข้ามาช่วยวางแผนการเลือก สว. ตั้งแต่รวบรวมผู้สมัคร ไปจนถึงการจัดทำ ‘โพย’ รายชื่อและหมายเลขสำหรับลงคะแนน โดยอ้างว่ามี สส. รัฐมนตรี และบุคคลในพรรคเกี่ยวข้อง รวมถึงมีการประชุมกันทั้งก่อนและหลังการเลือก อย่างไรก็ตาม นี่เป็นคำกล่าวอ้างของพยาน ซึ่งภายหลังกลับคำให้การ และ กกต. เสียงข้างมากเห็นว่ายังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะเอาผิดนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาได้
Key facts
- หลังแถลงการณ์ (15 กันยายน) หนึ่งใน กกต. เสียงข้างน้อย ออกมาอธิบายต่อสื่อมวลชนว่า ถ้อยแถลงที่ออกมาไม่ได้หมายความว่า กกต. ทั้ง 7 คนมีความเห็นตรงกันทั้งหมด โดยมี ‘สิทธิโชติ อินทรวิเศษ’ และ ‘ชาย นครชัย’ เป็น กกต. เสียงข้างน้อยที่เห็นว่า
- เขายังอ้างถึงภาพกล้องวงจรปิดในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ในวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ซึ่งเห็นผู้มีสิทธิเลือก สว. รายหนึ่งนำกระดาษที่มีลักษณะเป็นโพยออกมาดู รวมถึงมีภาพโพยที่พบในโทรศัพท์พร้อมข้อมูลวันเวลาบันทึก
- หลังเปิดเผยความเห็นเสียงข้างน้อย สิทธิโชติยอมรับว่า มติของ กกต. วันที่ 14 กันยายนถือว่าสิ้นสุดแล้ว การออกมาอธิบายเหตุผลของเขาไม่สามารถทำให้ กกต. กลับมาเปลี่ยนมติและเพิ่มรายชื่อบุคคลที่ถูกยกคำร้องได้ ขั้นตอนต่อไปคือ กกต.จะนำคดีของ 77
- ไม่ใช่ โดยสิทธิโชติ ย้ำว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ 1 และ 2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการที่บุคคลทางการเมืองช่วยเหลือผู้สมัคร สว. และผู้สมัครยินยอมรับความช่วยเหลือนั้น กกต. ไม่ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในทุกกรณี
Summary
หลังแถลงการณ์ (15 กันยายน) หนึ่งใน กกต. เสียงข้างน้อย ออกมาอธิบายต่อสื่อมวลชนว่า ถ้อยแถลงที่ออกมาไม่ได้หมายความว่า กกต. ทั้ง 7 คนมีความเห็นตรงกันทั้งหมด โดยมี ‘สิทธิโชติ อินทรวิเศษ’ และ ‘ชาย นครชัย’ เป็น กกต. เสียงข้างน้อยที่เห็นว่า หลักฐานของบุคคลทางการเมืองบางรายมีน้ำหนักมากพอที่จะต้องถูกส่งให้ศาลพิจารณาด้วย
สิทธิโชติระบุว่า ก่อนการแถลงข่าว กกต.เคยหารือกันว่าจะเปิดเผยจำนวนเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยในแต่ละข้อกล่าวหา โดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อกรรมการ เพื่อให้ประชาชนทราบว่ามติใดเป็นเอกฉันท์ และมติใดมีกรรมการเห็นต่าง
ยังมีหลักฐานอีกมากที่เชื่อมโยงกันทำให้ กกต. เสียงข้างน้อยเห็นว่า ไม่ควรมองโพย คำให้การของพยาน ประวัติการโทร เส้นทางการเงิน แยกออกจากกัน เพราะเมื่อนำมาประกอบกันแล้ว เขาเห็นพฤติการณ์ที่เชื่อมโยงกันในหลายจังหวัด และมีน้ำหนักมากพอที่จะส่งให้ศาลตรวจสอบต่อ แม้แต่ละชิ้นอาจยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อกล่าวหาได้ด้วยตัวเอง แต่นั่นก็ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ที่จะตัดสินชี้ขาด หากแต่เป็นดุลยพินิจของตุลาการต่อไป