← Back to KHAO

หuีเไยัvไvw้u หลบแบบดิจิทัลได้ผลไหม? เมื่อมนุษย์เริ่มหาทางหนีทีไล่เพราะถูก AI จับจ้อง

8 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

ต้นปีที่ผ่านมาในงาน DEF CON งานประชุมแฮ็กเกอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา รถโตโยต้า ยาริส คันหนึ่งถูกห่อฟิล์มลายจัดจ้านไปโชว์ในงาน ด้วยฝีมือของ บิล สเวียริงเงน (Bill Swearingen) นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ที่ปั้นโปรเจกต์ชื่อ noRecognition ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยกล่าวว่าลายประหลาดที่เห็นนี้ มันสามารถหลอกกล้องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (ALPR) จนจับไม่ได้ว่าวัตถุนี้คือรถยนต์

Key facts

Summary

ในโลกแฟชั่นก็มีเรื่องราวคล้ายกัน แบรนด์อิตาลีอย่าง Cap_able ทำเสื้อผ้าลาย AI Camo ที่ระบบตรวจจับวัตถุจะอ่านคนที่ใส่เสื้อลายนี้เป็นยีราฟหรือสุนัขแทนที่จะเป็นมนุษย์ ส่วนแบรนด์เยอรมัน Urban Privacy ก็ขายเสื้อโค้ทที่ฝังไฟอินฟราเรดไว้ในผ้า ทำให้กล้องวงจรปิดมองเห็นแค่แสงจ้าแทนใบหน้า ทั้งหมดนี้อยู่ในหมวดที่เรียกกันว่า Adversarial Fashion ซึ่งตอนนี้กลายเป็นตลาดจริงจัง มีราคาขาย มีสตอรี่ และถูกพูดถึงบนเวที DEF CON

ราวกับว่าตอนนี้เรากำลังหาทางหลบเลี่ยงการถูกจับตามองโดย AI อย่างจริงจัง แต่การหลบแบบดิจิทัลนี้ ไม่ได้เพิ่งมีในยุค AI กำลังบูมหรอกนะ

ชื่อ Dazzle ในโปรเจ็กต์นั้นยืมมาจากลายพรางเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทาสีลายซิกแซกฉูดฉาดเต็มลำเรือ ซึ่งความน่าสนใจคือ ลายแบบนั้นไม่ได้มีไว้ซ่อนเรือจากสายตาศัตรู (เพราะเรือมันใหญ่เท่าตึกจะซ่อนยังไงไหว) แต่มีไว้ทำให้ศัตรูคำนวณทิศทางและความเร็วของเรือผิดต่างหาก หลักการเดียวกันนี้แหละที่ฮาร์วีย์เอามาใช้กับใบหน้า คือไม่ได้แต่งลายเรขาคณิตเพื่อพรางไม่ให้คนมองเห็น แต่พรางไม่ให้อัลกอริทึ่มคำนวณค่าที่ต้องการได้

Read full article at The Matter →