The Matter
หuีเไยัvไvw้u หลบแบบดิจิทัลได้ผลไหม? เมื่อมนุษย์เริ่มหาทางหนีทีไล่เพราะถูก AI จับจ้อง
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ต้นปีที่ผ่านมาในงาน DEF CON งานประชุมแฮ็กเกอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา รถโตโยต้า ยาริส คันหนึ่งถูกห่อฟิล์มลายจัดจ้านไปโชว์ในงาน ด้วยฝีมือของ บิล สเวียริงเงน (Bill Swearingen) นักวิจัยความปลอดภัยไซเบอร์ที่ปั้นโปรเจกต์ชื่อ noRecognition ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยกล่าวว่าลายประหลาดที่เห็นนี้ มันสามารถหลอกกล้องอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ (ALPR) จนจับไม่ได้ว่าวัตถุนี้คือรถยนต์
Key facts
- ความต้องการจะหลบลี้จากสายตาของ AI ไม่เคยหมดไป เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 สตูดิโอ MixFont สร้าง Decoy Font ฟอนต์ที่คนสามารถอ่านได้ แต่ AI อ่านไม่ได้ แม้จะเป็นโมเดลใหม่ในตอนนั้นก็ตาม
- ย้อนไปปี 2010 อดัม ฮาร์วีย์ (Adam Harvey) นักออกแบบและนักวิจัยจาก New York University ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาโทชื่อ CV Dazzle ขึ้นมา ด้วยการแต่งหน้าและทำผมด้วยลายเรขาคณิต เพื่อทำลายรูปแบบระบบตรวจจับใบหน้า ที่จับคู่จุดสำคัญบนหน้าคน
- ผ่านไปเกือบสิบปี ในปี 2019 เคต โรส (Kate Rose) นักออกแบบและผู้ก่อตั้ง Adversarial Fashion ก็เอาแนวคิดเดียวกันมาทำเป็นเสื้อผ้าที่พิมพ์ลายป้ายทะเบียนปลอมเต็มตัว หนึ่งในลายนั้นพิมพ์ข้อความบทแก้ไขรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับที่ 4
- ต้นปีที่ผ่านมาในงาน DEF CON งานประชุมแฮ็กเกอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่ลาสเวกัส รัฐเนวาดา รถโตโยต้า ยาริส คันหนึ่งถูกห่อฟิล์มลายจัดจ้านไปโชว์ในงาน ด้วยฝีมือของ บิล สเวียริงเงน
- ในโลกแฟชั่นก็มีเรื่องราวคล้ายกัน แบรนด์อิตาลีอย่าง Cap_able ทำเสื้อผ้าลาย AI Camo ที่ระบบตรวจจับวัตถุจะอ่านคนที่ใส่เสื้อลายนี้เป็นยีราฟหรือสุนัขแทนที่จะเป็นมนุษย์ ส่วนแบรนด์เยอรมัน Urban Privacy ก็ขายเสื้อโค้ทที่ฝังไฟอินฟราเรดไว้ในผ้า
- อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ ShieldFont ผลงานร่วมของสตูดิโอออกแบบตัวอักษร Seneda & Abrucio กับ PlayType ที่เปิดตัวกลางปี 2026 ฟอนต์นี้ไม่ได้พรางแค่รูปลักษณ์ที่ตาเห็น แต่ไปแก้ไขข้อมูลดิบในซอร์สโค้ดของหน้าเว็บ โดยสลับคำนาม คำกริยา คำคุณศัพท์
Summary
ในโลกแฟชั่นก็มีเรื่องราวคล้ายกัน แบรนด์อิตาลีอย่าง Cap_able ทำเสื้อผ้าลาย AI Camo ที่ระบบตรวจจับวัตถุจะอ่านคนที่ใส่เสื้อลายนี้เป็นยีราฟหรือสุนัขแทนที่จะเป็นมนุษย์ ส่วนแบรนด์เยอรมัน Urban Privacy ก็ขายเสื้อโค้ทที่ฝังไฟอินฟราเรดไว้ในผ้า ทำให้กล้องวงจรปิดมองเห็นแค่แสงจ้าแทนใบหน้า ทั้งหมดนี้อยู่ในหมวดที่เรียกกันว่า Adversarial Fashion ซึ่งตอนนี้กลายเป็นตลาดจริงจัง มีราคาขาย มีสตอรี่ และถูกพูดถึงบนเวที DEF CON
ราวกับว่าตอนนี้เรากำลังหาทางหลบเลี่ยงการถูกจับตามองโดย AI อย่างจริงจัง แต่การหลบแบบดิจิทัลนี้ ไม่ได้เพิ่งมีในยุค AI กำลังบูมหรอกนะ
ชื่อ Dazzle ในโปรเจ็กต์นั้นยืมมาจากลายพรางเรือรบสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่ทาสีลายซิกแซกฉูดฉาดเต็มลำเรือ ซึ่งความน่าสนใจคือ ลายแบบนั้นไม่ได้มีไว้ซ่อนเรือจากสายตาศัตรู (เพราะเรือมันใหญ่เท่าตึกจะซ่อนยังไงไหว) แต่มีไว้ทำให้ศัตรูคำนวณทิศทางและความเร็วของเรือผิดต่างหาก หลักการเดียวกันนี้แหละที่ฮาร์วีย์เอามาใช้กับใบหน้า คือไม่ได้แต่งลายเรขาคณิตเพื่อพรางไม่ให้คนมองเห็น แต่พรางไม่ให้อัลกอริทึ่มคำนวณค่าที่ต้องการได้