← Back to KHAO

รัฐบาล ขยายผลขยะอิเล็กทรอนิกส์ข้ามชาติ จาก “เปิดตู้” สู่ “ไล่เครือข่าย” ตรวจบัญชีเบื้องต้น 825 ตู้ ย้ำ ตรวจตามหลักฐาน–ไม่เหมารวมว่าผิดทั้งหมด

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือปลายทางของขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจากต่างประเทศ โดยยกระดับการทำงานจากการตรวจสินค้าเป็นรายตู้ ไปสู่การขยายผลตลอดเส้นทาง ตั้งแต่ผู้ส่งออกในต่างประเทศ ใบขนสินค้า ผู้นำเข้า ปลายทางรับของเสีย ไปจนถึงเส้นทางการเงิน เพื่อให้การดำเนินคดีไปถึงผู้เกี่ยวข้องที่แท้จริงตามพยานหลักฐาน

Key facts

Summary

การตรวจครั้งล่า สุดสะท้อนหลักสำคัญว่า “อายัดเพื่อตรวจสอบ ไม่ได้แปลว่าผิด” โดยจากเป้าหมายเปิดตรวจ 10 ตู้ สามารถตรวจได้ 9 ตู้ เนื่องจากอีก 1 ตู้ไม่มีผู้แทนบริษัทมาแสดงตัว ผลปรากฏว่า 3 ตู้จากโปแลนด์ อังกฤษ และนิวซีแลนด์ สำแดงถูกต้องและไม่พบการปนเปื้อน ขณะที่อีก 6 ตู้จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งสำแดงเป็นเศษและของที่ใช้ไม่ได้ที่เป็นอะลูมิเนียม ตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปน จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและขยายผลต่อไป

ความคืบหน้าดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย ณ ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บูรณาการร่วมกับกรมศุลกากร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม จังหวัดชลบุรี หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย องค์กรระหว่างประเทศ และภาคีที่เกี่ยวข้อง รวม 18 หน่วยงานและองค์กร เพื่อตรวจสอบการนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายและพันธกรณีที่เกี่ยวข้อง

“เป้าหมายคือไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นที่ทิ้งขยะอันตรายของใคร การตรวจต้องไปให้ถึงต้นทาง ปลายทาง และเส้นทางเงิน แต่ทุกขั้นตอนต้องอยู่บนหลักฐาน ไม่เหมารวม ไม่กล่าวหาบุคคลหรือบริษัทก่อนผลการสอบสวน เพื่อให้ทั้งการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายเดินไปพร้อมกัน” นางสาวลลิดา กล่าว

Read full article at สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ →