Krungthep Turakij
ดีเอสไอนัด ก.ย.นี้ ถกต่อคดีอั้งยี่-ฟอกเงินโกง สว.สาวลึกตัวบงการ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คดีโกง สว.ได้ไปต่อ! คณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.นัดถกครั้งแรก ก.ย.นี้ ลุยสาวลึกถึงตัวบงการเบื้องหลัง ชี้ขึ้นศาลจะรู้ความจริง ปมพยานกลับคำ
Key facts
- เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีความเคลื่อนไหวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้อง 77 ผู้ถูกกล่าวหาในขบวนการโกง สว.เมื่อปี 2567 นอกจากนี้ยังออกเอกสารข่าวชี้แจงถึงรายงานการประชุม
- ล่าสุด มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. นัดหมายประชุมครั้งที่ 1 โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมเป็นกรรมการ ภายหลัง กกต.มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จำนวน 77
- เมื่อมาเทียบดูกับรายชื่อที่ กกต.ส่งฟ้องศาลฎีกาฯในจำนวน 77 รายนั้น ตรงกับรายชื่อของดีเอสไอที่สั่งฟ้องอัยการคดีพิเศษในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพียง 6 ราย โดยมี 2 รายที่ไม่ถูก กกต. มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาฯ คือ นางผกามาศ ไทยนุกูล และนายเลิศศักดิ์
- รวมถึงกรณีที่ดีเอสไอขอเอกสารเกี่ยวกับการรับเงินเดือนของกลุ่มผู้ช่วย สว. ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้ง 138 สว.ตัวจริง เนื่องด้วยจากรายงานการสืบสวนสอบสวน และพยานหลักฐานเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน พบว่า
Summary
รายงานระบุอีกว่า กรณีที่ กกต. ออกมาแถลงว่าขาดซึ่งพยานหลักฐานส่วนใดก็ตามในคดีฮั้ว สว. ทำให้ต้องมีมติไม่ฟ้องบุคคลรายนั้น ๆ เนื่องมาจากการที่ดีเอสไอพยายามส่งหลักฐานให้ กกต. แต่ กกต.มีมติไม่รับหลักฐานไว้ ทำให้ขาดพยานหลักฐาน หรือแม้กระทั่งในส่วนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 งมีเจ้าหน้าที่ กกต. และดีเอสไอเป็นพนักงานสืบสวนสอบสวนร่วมกัน ยังไม่ได้รับเอาหลักฐานครบทุกรายการจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน จากการเลือก สว.
ล่าสุด มีรายงานว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. นัดหมายประชุมครั้งที่ 1 โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน ร่วมเป็นกรรมการ ภายหลัง กกต.มีมติส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จำนวน 77 ราย กรณีทุจริตเลือกวุฒิสภา คาดว่าจะดำเนินการประชุมครั้งแรกได้ภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้
ส่วนประเด็นว่าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจำเป็นต้องรอสำนวนคำวินิจฉัยของ กกต. ที่จะจัดทำอย่างละเอียดภายใน 60 วันหรือไม่นั้น มีรายงานจากดีเอสไอ ชี้แจงว่า ในการดำเนินคดีอาญา โดยเฉพาะคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ไม่มีเหตุจำเป็นต้องรอสำนวนคำวินิจฉัยของ กกต. เพราะคดีอาญาของดีเอสไอ และ กกต. แยกออกจากกัน อีกทั้งในจำนวนผู้ถูกร้องทั้ง 77 รายตามมติของ กกต. ไม่ใช่เหตุผูกมัดให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ต้องดำเนินคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.จำนวน 77 รายเท่านั้น เพราะคณะพนักงานสอบสวนจะต้องดูพฤติการณ์