The Standard
ศุภชัย จี้ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกฝ่าย ปมฮั้ว สว. เร่งสอบสำนวนรั่ว ยึดพยานหลักฐาน ไม่หวั่นกระแสสังคม
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 16.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568 โดยมี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม
Key facts
- วันนี้ (16 กันยายน) เวลา 16.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 และ พ.ศ. 2568 โดยมี เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2
- ท่านต้องชี้แจงองค์ประกอบ ที่มา กระบวนการ การทำงานของคณะอนุชุดที่ 26 ให้ชัดเจน เพื่อยุติข้อสงสัยที่ปรากฏต่อสาธารณะ
- ศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายตอนหนึ่งว่า วันนี้มีการปรากฏเป็นข่าวว่า ในขณะที่คณะอนุชุดที่ 26 สอบสวนฝ่ายสีน้ำเงินมา 2 ปี ปรากฏว่ามีอีก 3 สำนวนที่เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เสร็จ คือ สว. กลุ่มอิสระ
- กำหนดและเปิดเผยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการรับและใช้ข้อมูลจากหน่วยงานอื่น โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ชัดว่ามีการประสานข้อมูลและอะไรคือกระบวนการไต่สวนที่ กกต. ดำเนินการเอง
- ท่านต้องตรวจสอบระบบรักษาความลับ การเข้าถึงเอกสารในสำนวนอย่างจริงจัง หากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดนำเอกสารที่ไม่ควรเปิดเผยออกไป ท่านก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และไม่เลือกฝ่าย
- เมื่อพิจารณาคดีใดแล้ว อยากขอให้ กกต. ยึดหลักว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ ก็ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่หากพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ ท่านก็ควรพิจารณาอย่างเป็นธรรม และไม่ด่วนสรุปจากสังคม เพราะกฎหมายให้อำนาจท่านอย่างเต็มที่ ไม่ให้ท่านเป็นบุรุษไปรษณีย์
Summary
3.ชี้แจงสถานะของสำนวนอื่นที่มีลักษณะเดียวกันใน 3 คดีที่ตนกล่าวข้างต้น ว่าท่านทำไปถึงไหนอย่างไร ทำไมจึงช้าอยู่ในมืออนุชุดที่ 26 ทำไมไม่ทำให้เสร็จสักที และชื่อที่ทำก่อนหน้านี้เป็นชื่อสีน้ำเงินทั้งนั้น แต่ชื่ออื่นๆ ที่มีหลักฐานชัดเจนหมด พูดตรงๆ คือท่านกล่าวหาว่าสีน้ำเงินฮั้ว แต่สีอื่นก็มีลักษณะฮั้วเช่นกัน หากบอกว่าสีน้ำเงินโกง ท่านก็โกงเช่นเดียวกัน
ศุภชัย กล่าวว่า วันนี้จึงอยากให้ท่านตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน และรีบดำเนินคดีกับคนที่นำสำนวนนั้นมาเปิดเผย ที่ตนพูดมาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับ กกต. ไม่ได้ต้องการที่จะปกป้องบุคคลใด หรือคนจากพรรคการเมืองใด ตนพูดตลอดว่าถ้าผิดก็ว่าไปตามผิด และจุดยืนตนไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตนออกมาปกป้องกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรครวม 8 คน เพราะตนมั่นใจว่าเขาไม่ได้กระทำความผิด ขอบคุณ กกต. ทั้ง 7 คน ที่ได้ไปพิจารณาชั่งน้ำหนัก และลงมติไม่ดำเนินคดี และคิดว่าหากพยานหลักฐานไปไม่ถึงก็ต้องได้รับความเป็นธรรม
4.ท่านต้องตรวจสอบระบบรักษาความลับ การเข้าถึงเอกสารในสำนวนอย่างจริงจัง หากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดนำเอกสารที่ไม่ควรเปิดเผยออกไป ท่านก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย และไม่เลือกฝ่าย