← Back to KHAO

มะกันจ่อคว่ำบาตร 28 ราย พิษสแกม-มีชื่อ’วรภัค’ด้วย 2ปธ.กมธ.ฯชงรมต.สหรัฐฟัน ‘ยิมเลียก-ฮุนโต-เบนสมิธ-กาสิโนดังปอยเปตก็โดน

3 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

Matichon Weekly

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไบรอัน มาสต์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศแห่งสภาผู้แทนราษฎร และนายจอห์น มูลีนาร์ ประธานคณะกรรมาธิการเฉพาะกิจด้านจีนแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ทำหนังสือลงวันที่ 15 กันยายน แจ้งต่อนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ และนายนายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เพื่อขอให้มีการพิจารณาว่าบุคคลต่างชาติรวมถึงบริษัทรวม 28 รายชื่อ เข้าข่ายตามกฎหมายเพื่อให้มีการออกมาตรการคว่ำบาตรหรือไม่

Key facts

Summary

รายชื่อบุคคลและหน่วยงานที่ประธานคณะกรรมาธิการทั้งคู่ขอให้ตรวจสอบทั้ง 28 รายชื่อ มีรายชื่อที่น่าสนใจคือ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือเบน สมิธ หรือ นักธุรกิจชาวแอฟริกาใต้ที่มีสัญชาติกัมพูชา, นายฮุน โต นักธุรกิจกัมพูชาซึ่งเป็นหลานชายของสมเด็จฯฮุน เซน, นายยิม เลียก นักธุรกิจชาวกัมพูชาและประธาน BIC Group ซึ่งมีชื่อเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและการฟอกเงิน, นายจง เป่าเจีย หรือที่รู้จักในชื่อนายหวัง เฉียง ที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายทุนจีนสีเทา และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับ

ประธานคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐทั้งสองชุดระบุว่า ชาวอเมริกันกำลังตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงทางออนไลน์เป็นจำนวนมากและยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักมาจากเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติของจีน ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ องค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ได้สร้างศูนย์ปฏิบัติการขนาดใหญ่ระดับอุตสาหกรรมเพื่อดำเนินการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีความซับซ้อนหลายรูปแบบ รวมถึงการหลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของระบอบการปกครองที่ทุจริตในเมียนมา กัมพูชา และลาว ต่างเพิกเฉยต่ออาชญากรรมเหล่านี้ในระดับที่น่าตกตะลึง โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า ผลกำไรจากการหลอกลวงทางไซเบอร์คิดเป็นเกือบ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงรวมกันในปี 2024 ขณะที่ในกัมพูชา ผลกำไรจากศูนย์หลอกลวงอาจมีมูลค่าสูงถึง 60% ของจีดีพี โดยมีเจ้าหน้าที่รัฐบาลได้รับผลประโยชน์จากปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์อย่างชัดเจน

Read full article at Matichon →