Bangkok Today
JTEKT ครบรอบ 60 ปีในประเทศไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ตอกย้ำฐานการผลิตสำคัญในเอเชียแปซิฟิก เดินหน้าสู่อนาคตด้วยเทคโนโลยี บุคลากร และความยั่งยืน
Key facts
- JTEKT เดินหน้าสู่โอกาสสำคัญในวาระครบรอบ 60 ปีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตเคียงข้างประเทศไทย พร้อมยกระดับบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและพื้นที่สำคัญของ JTEKT ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
- ณ ปีงบประมาณ 2024 JTEKT สามารถลดการปล่อย CO₂ จากการผลิตได้ 43.6% ในระดับบริษัท และ 36.3% ในระดับกลุ่มบริษัท พร้อมจัดตั้ง Carbon Neutrality Park หรือ CN Park และร่วมมือกับคู่ค้าเพื่อขับเคลื่อนการลดคาร์บอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ขณะที่ JTEKT
- ขณะเดียวกัน JTEKT วางเป้าหมายพัฒนาบทบาทจากผู้ผลิตชิ้นส่วนและเทคโนโลยีไปสู่การเป็น Solution Provider ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้าน Motion Control, Steering, Bearing และ Production Technology เข้ากับ Digital Technology, AI, Automation และ Smart
- กล่าวว่า ในช่วง 3–5 ปีที่ผ่านมา JTEKT Thailand ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ COVID-19 การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทานโลก และการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า
Summary
JTEKT เดินหน้าสู่โอกาสสำคัญในวาระครบรอบ 60 ปีการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเติบโตเคียงข้างประเทศไทย พร้อมยกระดับบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในฐานการผลิตและพื้นที่สำคัญของ JTEKT ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อุปทาน และการนำเทคโนโลยี Automation, AI และ Smart Manufacturing เข้ามายกระดับการผลิต
ทิศทางดังกล่าวสะท้อนผ่านมุมมองของผู้บริหาร JTEKT ทั้งในระดับประเทศไทย ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และระดับองค์กร ซึ่งให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถในการแข่งขันควบคู่กับการพัฒนาบุคลากรและการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
Mr. Toshiaki Shinya, Senior Executive Officer, JTEKT Corporation กล่าวว่า ในช่วง 5–10 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมทั่วโลกจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญ โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจาก Electrification, Automation, Digital Transformation และ Sustainability ซึ่งจะเปลี่ยนทั้งรูปแบบของ Mobility และภาคการผลิตในอนาคต