Bangkok Today
GAC Thailand จับมือ M18 Mobility ลงนาม MOU เปิดตัว “MGO” ปฏิวัติวงการแท็กซี่ไฟฟ้า
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
GAC Thailand ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ประกาศลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด (M18 Mobility) เปิดตัว “MGO” (บริษัทในเครือ M18 Mobility) โครงการพาร์ทเนอร์รถแท็กซี่ไฟฟ้าพรีเมียม ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของผู้ขับขี่แท็กซี่มืออาชีพในประเทศไทยโดยเฉพาะ พร้อมทำพิธีส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้า “GAC AION Y Plus 410”
Key facts
- คุณมาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด และ MGO Mobility ( เอ็ม โก โมบิลิตี้) กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้ MGO (เอ็ม โก) ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่มุ่งเน้นการเป็น
- ที่ออกแบบระบบสนับสนุนให้คนขับแท็กซี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษาที่สูง โดยเปิดโอกาสให้คนขับเข้าร่วมในรูปแบบเช่าขับเพื่อเป็นเจ้าของ (Drive-to-Own) สัญญา 7 ปี ในอัตราค่าเช่าเริ่มต้นเพียงวันละ
- นอกจากนี้ ตลาดรถแท็กซี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่ไฟฟ้าใช้งานอยู่กว่า 6,000 คัน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 260% ในช่วงปี 2567-2568
- MGO จึงวางแผนขยายเครือข่ายผู้ขับขี่และจำนวนรถในโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น MGO ตั้งเป้าหมายขยายฟลีทส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้าให้ครบ 500 คันภายในปีแรก และวางเป้าหมายระยะยาวขยายสู่ 3,000 คันภายใน 3
Summary
คุณมาโนช ปฐมวรกุล ประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม 18 โมบิลิตี้ จำกัด และ MGO Mobility ( เอ็ม โก โมบิลิตี้) กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้ MGO (เอ็ม โก) ไม่ได้ดำเนินธุรกิจในรูปแบบการขายรถยนต์เชิงพาณิชย์ทั่วไป แต่มุ่งเน้นการเป็น “ผู้สร้างระบบนิเวศการเดินทางไฟฟ้าที่ครบวงจร (EV Mobility Ecosystem)”
นอกจากนี้ ตลาดรถแท็กซี่ไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีรถแท็กซี่ไฟฟ้าใช้งานอยู่กว่า 6,000 คัน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 260% ในช่วงปี 2567-2568 สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของผู้ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างสาธารณะสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างชัดเจน จากปัจจัยด้านต้นทุนพลังงานที่ต่ำกว่า ความคุ้มค่าในการบำรุงรักษา และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาด EV Taxi
ด้วยแนวโน้มดังกล่าว MGO จึงวางแผนขยายเครือข่ายผู้ขับขี่และจำนวนรถในโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการใช้งานรถแท็กซี่ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น MGO ตั้งเป้าหมายขยายฟลีทส่งมอบรถแท็กซี่ไฟฟ้าให้ครบ 500 คันภายในปีแรก และวางเป้าหมายระยะยาวขยายสู่ 3,000 คันภายใน 3 ปีของการดำเนินงาน พร้อมเร่งอัตราการเติบโตของการส่งมอบรถในทุกๆ ไตรมาส โดยในระยะแรก MGO จะเน้นปักหลักให้บริการใน 2 ย่านธุรกิจสำคัญที่เชื่อมต่อกับสนามบินหลักของประเทศ ได้แก่ ย่านสะพานใหม่-ดอนเมือง และย่านกิ่งแก้ว-สุวรรณภูมิ