Kaohoon
BEM เด้ง 4% รับตั๋วร่วมดันผู้โดยสารปี 70 โตเกิน 10% โบรกเชียร์ “ซื้อ” เป้า 9 บาท
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ณ เวลา 10:41 น. อยู่ที่ระดับ 6.80 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.82% ราคาสูงสุด 6.80 บาท ราคาต่ำสุด 6.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 141.17 ล้านบาท
Key facts
- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (17 ก.ย.69) ราคาหุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ณ เวลา 10:41 น. อยู่ที่ระดับ 6.80 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.82% ราคาสูงสุด 6.80 บาท ราคาต่ำสุด 6.50 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 141.17 ล้านบาท
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อ BEM ภายหลังเข้าร่วมประชุมกลุ่มกับบริษัทเมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 โดยคาดว่านโยบายตั๋วร่วมจะเป็นปัจจัยสนับสนุนจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2570
- บล.ดาโอคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ของ BEM ที่ 3.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/69 คาดว่าจะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า โดยได้แรงหนุนจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยและค่าซ่อมบำรุงสายสีม่วงที่ลดลง
- ด้านการบริหารต้นทุน BEM จะเริ่มนำงานซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีม่วงกลับมาดำเนินการเองตั้งแต่เดือน ส.ค.69 ซึ่งคาดว่าจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี และเริ่มทยอยรับรู้ผลตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป
- ขณะเดียวกัน ในไตรมาส 4/69 อาจมีการกลับรายการค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงบางส่วน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายของงานที่ผู้รับจ้างยังไม่ได้ดำเนินการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 100–300 ล้านบาท โดยรายการดังกล่าวจะเป็นกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว
- ด้านค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวในระดับต่ำใกล้เคียงกับไตรมาส 2/69 ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนตามเงื่อนไขทางการเงิน (Net D/E Covenant) ของบริษัทได้รับการปรับเพิ่มเป็น 3 เท่า จากเดิม 2.5 เท่า
Summary
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อ BEM ภายหลังเข้าร่วมประชุมกลุ่มกับบริษัทเมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 โดยคาดว่านโยบายตั๋วร่วมจะเป็นปัจจัยสนับสนุนจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2570 ขณะที่การลดต้นทุนจะเริ่มเห็นผลชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2569
สำหรับนโยบายตั๋วร่วม ปัจจุบัน BEM อยู่ระหว่างเจรจารายละเอียดกับภาครัฐ โดยเฉพาะแนวทางอุดหนุนรายได้ หรือ Subsidy จากจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นภายหลังนโยบายมีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในปี 2570 มีโอกาสเติบโตมากกว่า 10% จากปีก่อน ขณะที่ประมาณการปัจจุบันของฝ่ายวิจัยคาดเติบโต 3% โดยยังไม่รวมผลบวกจากนโยบายตั๋วร่วม
สำหรับโครงการทางด่วนชั้นที่ 2 (Double Deck) คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในปี 2569 โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ขณะที่สัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้คาดว่าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการเจรจาในช่วงต้นปี 2570