Thansettakij
เลื่อน 'ไทยเที่ยวไทยพลัส' จากปลายปีนี้ ออกไปเป็น 2570 ชู 'ไทยช่วยไทยพลัส' ดันศก.ก่อน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
ไทยเที่ยวไทยพลัส เลื่อนเปิดใช้สิทธิ์รัฐบาล สนับสนุนค่าโรงแรม 1 ล้านสิทธิ์ ออกไปเป็นปีหน้า รมว.ท่องเที่ยว เผยเป็นหมัดเด็ดกระตุ้นท่องเที่ยวโลว์ซีซัน ปี 2570 ส่วนเงื่อนไขการใช้สิทธิ ยังเหมือนเดิม ค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน แจก คูปองดิจิทัล Co-payment เมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน แต่ในปีนี้เน้นใช้ "ไทยช่วยไทยพลัส" ไปก่อน
Key facts
- ไทยเที่ยวไทยพลัส กันงบไว้แล้ว 4,000 ล้านบาท
- เงื่อนไขการใช้สิทธิ์ ไทยเที่ยวไทยพลัส ยังคงเดิม ตามที่เคาะไว้แล้ว
- โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส วางกรอบวงเงินงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน
- 16 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการดำเนินโครงการไทยเที่ยวไทย พลัส เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนั้น
- พร้อมแจก คูปองดิจิทัลแบบร่วมจ่ายสัดส่วนที่ 50 ต่อ 50 แบ่งเป็นเมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน โดยหลักการ เงื่อนไข รายละเอียด และกรอบงบประมาณเดิมทั้งหมดถือว่า ได้รับการเห็นชอบในเบื้องต้น และมีการกันวงเงินไว้อย่างแน่นอนแล้ว
- ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม หรือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจต้องยกประโยชน์ให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่จะมีการต่ออายุโครงการเพิ่มเติม ทำหน้าที่กระตุ้นการเดินทางของประชาชนล่วงหน้าไปก่อนประมาณ 2–3
Summary
เนื่องจากเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันอยู่แล้ว โรงแรมต่างๆ มีผู้เข้าพักเต็มเป็นปกติ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงดังกล่าวได้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มที่และน่าเสียดายงบประมาณที่วางไว้
แม้จะมีการเลื่อนโครงการ แต่วงเงินงบประมาณ 4,000 ล้านบาท และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ค่าที่พักและคูปองดิจิทัล ยังคงเงื่อนไขเดิม
แต่ช่วงเวลาที่กำหนดเดิมให้เริ่มต้นเดินทางเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยมีช่วงงดใช้สิทธิ (Blackout Period) หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลปีใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2569 – 15 มกราคม 2570 ซึ่งมีความกังวลว่า หากดำเนินโครงการแบบเว้นระยะหรือเป็นช่วงฟันหลอแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้