← Back to KHAO

“พิมพ์ภัทรา” จี้ตรวจโครงสร้างผลประโยชน์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ต้นเหตุขัดแย้งยืดเยื้อ ดัน “ฮาลาล วัลเลย์” ปลุกเศรษฐกิจ ย้ำสันติภาพยั่งยืนต้องสร้างงาน-รายได้ให้คนพื้นที่

4 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569  นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาแนวทางการยกระดับคุณภาพชีวิตและแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างยั่งยืน ซึ่งนายซาการียา สะอิ เป็นผู้เสนอ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลมองปัญหาชายแดนใต้ให้ลึกกว่าคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ภาคใต้สงบ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี มีรายได้ มีโอกาส มีอนาคต และรู้สึกว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาลของเขาอย่างแท้จริง

Key facts

Summary

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า การพัฒนาชายแดนใต้ต้องไม่วัดเพียงจำนวนงบประมาณหรือจำนวนโครงการ แต่ต้องตอบให้ได้ว่าประชาชนได้รับประโยชน์อะไร เพราะหากมีถนนแต่ขนสินค้าออกไม่ได้ มีโรงงานแต่คนในพื้นที่ไม่ได้งาน หรือมีอาคารแต่ไม่มีคนใช้ สภาต้องกล้าตั้งคำถามว่า ประเทศกำลังพัฒนาพื้นที่หรือเพียงสร้างโครงการ พร้อมย้ำว่างบประมาณแผ่นดินเป็นภาษีของประชาชน ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นผลงานของบุคคลหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม นางสาวพิมพ์ภัทรา ย้ำว่า ประเทศไทยไม่ควรหยุดอยู่กับความล้มเหลวของนิคมอุตสาหกรรมฮาลาล เพราะพื้นที่ชายแดนใต้ยังมีศักยภาพเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็น ASEAN Halal Hub สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลไทย ระยะที่ 1 พ.ศ. 2567–2570 ซึ่งตั้งเป้าเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม 55,000 ล้านบาท สร้างงาน 100,000 ตำแหน่ง เพิ่มมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลเฉลี่ยร้อยละ 10 ต่อปี และผลักดันให้เกิด Thailand Halal Valley ในภาคใต้

“หากเราทำเรื่องนี้ได้ ความสงบจะไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่จะกลายเป็นผลลัพธ์ของการพัฒนาที่ถูกต้อง รัฐบาลจึงต้องเข้าใจคนก่อนเข้าใจโครงการ เข้าใจพื้นที่ก่อนเขียนงบประมาณ และถามประชาชนก่อนว่า เงินหนึ่งบาทที่รัฐกำลังจะลงไป เขาต้องการให้แก้ปัญหาอะไร” นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว

Read full article at Ban Muang →