Nation TV
“ทักษิณ” ยื่นฟ้องศาลภาษีฯ หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ด้าน "ทนายวิญญัติ" ระบุ เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้าน ถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง
Key facts
- 16 กันยายน 2569 นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกรมสรรพากรดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์ของนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ ในปี 2549
- ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการประเมินที่ชอบด้วยกฎหมาย และนายทักษิณ ต้องชำระภาษีสำหรับเงินได้ดังกล่าวก็ตาม แต่ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า เงินได้จำนวน 15,883,900,000 บาท ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้ที่ นายทักษิณ ได้รับจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ
- การยึดและอายัดทรัพย์ของนายทักษิณในเวลาต่อมา จึงเป็นการยึดและอายัดซ้ำซ้อนกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553
- นี่จึงเป็นมูลเหตุให้ต้องยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลภาษีอากรกลางเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569
- จนกว่าศาลภาษีอากรกลางจะมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254 (2) ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 17
- นายทักษิณเองมิได้นิ่งนอนใจ หรือเพิกเฉยไม่ชำระภาษี แต่เพราะเงินได้ทั้งปวงที่ได้จากการขายหุ้นทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้น ตกเป็นของแผ่นดินยึดเงินไปหมดแล้ว ดังนั้น การยื่นฟ้องศาลภาษีอากรกลางคดีนี้ก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าภาระภาษีประจำปี 2549
Summary
เรื่องนี้ นายทักษิณ มิได้มีเจตนาโต้แย้งหรือไม่เคารพคำพิพากษาอันถึงที่สุดดังกล่าวแต่อย่างใด แม้การที่คดีดังกล่าวศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การประเมินภาษีของกรมสรรพากรจากการที่ นายทักษิณ ขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ 329,200,000 หุ้น ให้แก่กลุ่มเทมาเส็กไปในปี 2549 คิดเป็นเงิน 15,883,900,000 บาท ถือเป็นฐานเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณเพื่อชำระภาษีประจำปี 2549
“ทักษิณ” ยื่นฟ้องศาลภาษีฯ หลังสรรพากรตามยึดทรัพย์ซ้ำซ้อนภาษีอีก 1.5 หมื่นล้าน ด้าน "ทนายวิญญัติ" ระบุ เงินขายหุ้นชินคอร์ป 4.6 หมื่นล้าน ถูกริบเข้าแผ่นดินหมดแล้ว แนะไปตามเก็บจากกระทรวงการคลัง
ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นการประเมินที่ชอบด้วยกฎหมาย และนายทักษิณ ต้องชำระภาษีสำหรับเงินได้ดังกล่าวก็ตาม แต่ขอให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่า เงินได้จำนวน 15,883,900,000 บาท ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเงินได้ที่ นายทักษิณ ได้รับจากการขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ ทั้งหมด 1,419,490,150 หุ้น ซึ่งนายทักษิณ เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2553 วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ให้ตกเป็นของแผ่นดินทั้งสิ้นแล้ว รวมเป็นเงิน 46,373,687,454.70