Nation TV
ฝ่ายค้านลุยฟ้อง กกต.ยังส่อวุ่น เหตุบรรทัดฐานยังไม่นิ่ง “ท่านเปา“ กางคำชี้ขาดประธานศาลอุทธรณ์ ปิดช่องราษฎรยื่นฟ้อง 157 ต้องร้องผ่าน ป.ป.ช. เท่านั้น
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
แต่ยังขัดกับมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่เปิดช่องให้ฟ้องตรงได้
Key facts
- 16 กันยายน 2569 ภายหลัง กกต.เสียงข้างมาก “ปล่อยผี”
- บรรทัดฐานตรงนี้ มาจาก คำวินิจฉัย 5673/2562 โดยมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ซึ่งวางหลักการสำคัญไว้ว่า การที่กฎหมายกำหนดกระบวนการพิเศษในการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ (เช่น ผ่าน ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุด) เป็นเพียงบทบัญญัติที่
- ศาลฎีกาได้พิจารณาโครงสร้างของ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ พ.ศ. 2559 มาตรา 3 วรรคสอง (1) แล้วเห็นว่า บทยกเว้นเรื่องอำนาจในการพิจารณา หมายถึงกรณีที่ ป.ป.ช. หรืออัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องแล้วเท่านั้น
- เรื่องนี้จึงเข้าสู่การวินิจฉัยเขตอำนาจศาล โดยประธานศาลอุทธรณ์เป็นผู้ชี้ขาด ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ. 2559 มาตรา 11
- ปรากฏว่า ประธานศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 235 ได้กำหนดกระบวนการตรวจสอบและดำเนินคดีต่อผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระไว้เป็นการเฉพาะ โดยต้องส่งเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริง
Summary
เหล่านี้ทำให้คาดการณ์ได้เลยว่า จะมีคดีฟ้อง กกต. โดยเฉพาะเสียงข้างมาก ทยอยขึ้นสู่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่เรียกว่า “ศาลอาญาทุจริต” จำนวนมากอย่างแน่นอน แต่คำถามคือ คดีลักษณะนี้ บุคคลทั่วไปหรือพรรคการเมืองสามารถฟ้อง กกต. เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ โดยเป็นการ “ฟ้องตรงต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ” ได้เลยหรือไม่
ฝ่ายค้านลุยฟ้อง กกต.ยังส่อวุ่น เหตุบรรทัดฐานยังไม่นิ่ง “ท่านเปา“ กางคำชี้ขาดประธานศาลอุทธรณ์ ปิดช่องราษฎรยื่นฟ้อง 157 ต้องร้องผ่าน ป.ป.ช. เท่านั้น แต่ยังขัดกับมติที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ที่เปิดช่องให้ฟ้องตรงได้
แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้พิพากษาในศาลฎีกา ให้ความเห็นว่า ตามกฎหมาย การที่จะดำเนินคดีกับกรรมการในองค์กรอิสระ บัญญัติไว้ชัดเจนว่า หากมีการแจ้งความร้องทุกข์กรณีเกี่ยวกับปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระองค์กรใด และไม่ว่าจะไปยื่นคำร้องหรือฟ้องไว้กับหน่วยงานไหน หน่วยงานนั้นต้องส่งเรื่องให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายใน 30 วัน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 นับแต่วันที่มีการแจ้งความ ร้องทุกข์ หรือฟ้องร้องกล่าวโทษ