Nation TV
มาตามนัด! "สว.สำรอง" ยื่นศาลฎีกาค้าน "มติ กกต." ปม "ฮั้ว สว." จี้เพิกถอน "คำวินิจฉัย-สั่งไต่สวนใหม่"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
ย้ำมีหลักฐานสะท้อนขบวนการทุจริต พร้อมรับตำแหน่งหากคำวินิจฉัยถึงที่สุด
Key facts
- 16 กันยายน 2569 ที่ ศาลฎีกา สนามหลวง กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ขอให้ศาลรับคำร้องคัดค้านคำวินิจฉัยและ มติของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณียกคำร้อง 3
- ย้ำมีหลักฐานสะท้อนขบวนการทุจริต พร้อมรับตำแหน่งหากคำวินิจฉัยถึงที่สุด
- พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ทั้ง 3 ข้อกล่าวหาที่ถูกยกคำร้อง โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 3 ซึ่ง กกต. ชี้แจงว่า "โพยไม่ผิด"
- ในส่วนนี้จึงเข้าข่ายละเมิดตามมาตรา 32 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดไว้ว่า หาก กกต. หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ทำให้การเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หากละเลยหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ
Summary
มาตามนัด! "สว.สำรอง" ยื่นศาลฎีกาค้าน "มติ กกต." ปม "ฮั้ว สว." จี้เพิกถอน "คำวินิจฉัย-สั่งไต่สวนใหม่" ย้ำมีหลักฐานสะท้อนขบวนการทุจริต พร้อมรับตำแหน่งหากคำวินิจฉัยถึงที่สุด
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า ทั้ง 3 ข้อกล่าวหาที่ถูกยกคำร้อง โดยเฉพาะข้อกล่าวหาที่ 3 ซึ่ง กกต. ชี้แจงว่า "โพยไม่ผิด" นั้น ตนยืนยันได้ว่ามี ขบวนการในการจัดทำขึ้นจริง โดย โพยฉบับแรกที่พบไม่มีการต่อเติมเสริมแต่ง จึงเป็นข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นจริง แต่เมื่อ กกต. พยายามวินิจฉัยให้เป็นความผิดส่วนบุคคล จึงมองว่า กกต. ไม่ได้วินิจฉัยตามพยานหลักฐาน
ในส่วนนี้จึงเข้าข่ายละเมิดตามมาตรา 32 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา ที่กำหนดไว้ว่า หาก กกต. หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ทำให้การเลือก สว. เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หากละเลยหรือหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบ จะต้องระวางโทษจำคุก 10 ปี วันนี้กลุ่ม สว.สำรอง จึงใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน ตามมาตรา 44