Prachatai
6 ความท้าทาย เมื่อไทยต้อนรับแรงงานศรีลังกา ถึงเวลามียุทธศาสตร์ระยะยาว
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย โดยกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น นำเข้าแรงงานศรีลังกา จำนวน 10,000 คนเข้ามาแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศไทย
Key facts
- เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย
- ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทยหนักขึ้น หลังความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาย่ำแย่ลงมาตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นผลให้ รัฐบาลไทย ออกนโยบายไม่เปิดขึ้นทะเบียน และต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานกัมพูชา เมื่อใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง
- 6 ข้อกังวลที่อาจเกิดจากการนำเข้าแรงงานศรีลังกา
- ข้อมูลจาก ดร. ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย ให้สัมภาษณ์กับ The Standard เมื่อ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เผยว่า คนงานกัมพูชาเหลืออยู่ในประเทศไทย เพียง 2.5 แสนคน ลดลงครึ่งหนึ่งจากเดิมที่เคยมีประมาณ 5 แสนคน
Summary
ผลกระทบจากการเดินทางกลับของแรงงานกัมพูชาทำให้ผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น การก่อสร้าง ภาคการประมง หรือภาคการเกษตร ขาดแคลนแรงงานอย่างหนัก ทำให้รัฐบาลไทยเริ่มมองหาแรงงานข้ามชาติกลุ่มใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ประเทศศรีลังกา
ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในประเทศไทยหนักขึ้น หลังความสัมพันธ์ระหว่างไทย-กัมพูชาย่ำแย่ลงมาตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นผลให้ รัฐบาลไทย ออกนโยบายไม่เปิดขึ้นทะเบียน และต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานกัมพูชา เมื่อใบอนุญาตทำงานสิ้นสุดลง แรงงานกัมพูชาก็ต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง
สำหรับข้อกำหนดเรื่องการคุ้มครองสิทธิ รัฐบาลไทยยืนยันว่า แรงงานจะได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายไทย รวมถึงแรงงานมีสิทธิเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หากกรณีเกิดข้อพิพาทจากการจ้างงาน