Matichon
วัส ชี้ ทางออกฮั้วส.ว.67 ศาลฎีกาต้องหาความจริง ชื่นชมกกต.เสียงข้างน้อย มองภาพรวมไม่ตัดตอน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 4 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
Key facts
- เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
- กกต.เสียงข้างน้อย ขอให้ความจริงไปถึงศาลฎีกา :ทางออกจากปม “ฮั้ว ส.ว.2567”
- การออกมาให้สัมภาษณ์ของ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 น่าสนใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่เขาพยายามทำไม่ได้เป็นเพียงการชี้แจงว่า มติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา
- คดีฮั้ว ส.ว.2567 ไม่ควรจบลงเพียงประโยคเดียวว่า “กกต.มีมติไม่ส่งฟ้อง”
Summary
ตัวเลขเหล่านี้จึงบอกเราว่า คำว่า “กกต.มีมติไม่ส่งฟ้อง” ยังไม่ใช่เรื่องทั้งหมด เพราะคำถามสำคัญกว่าคือ กรรมการแต่ละคนเห็นพยานหลักฐานอย่างไร และเหตุใดจึงเห็นแตกต่างกัน?
การออกมาให้สัมภาษณ์ของ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 น่าสนใจไม่น้อย เพราะสิ่งที่เขาพยายามทำไม่ได้เป็นเพียงการชี้แจงว่า มติ กกต. เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา “ไม่ใช่มติเอกฉันท์หรือเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยเท่านั้น” หากยังเป็นการเปิดให้สังคมเห็นว่า ภายใน กกต. มีการประเมินพยานหลักฐานแตกต่างกันอย่างไร
“มองช้างทั้งตัว” คือหัวใจของความเห็นเสียงข้างน้อย สิ่งที่น่าชื่นชมในแนวทางการวินิจฉัยของนายสิทธิโชติ คือการไม่พิจารณาพยานหลักฐานแต่ละชิ้นแบบแยกขาดจากกัน หากพยายามนำพฤติการณ์ทั้งหมดมาร้อยเรียงเป็นภาพเดียวกัน เขาใช้คำเปรียบเทียบง่ายๆ ว่า ต้อง “มองช้างทั้งตัว” ไม่ใช่จับเฉพาะงวงหรือหู แล้วสรุปว่าไม่ใช่ช้าง หลักคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในคดีที่ถูกกล่าวหาว่ามีการจัดตั้งหรือวางแผนเป็นขบวนการ เพราะการกระทำในลักษณะเช่นนี้ย่อมไม่จำเป็นต้องทิ้ง “หลักฐานชิ้นเด็ด”