BBC Thai
"หาดกระดูกมนุษย์" รัสเซียพยายามลืมประวัติศาสตร์กดปราบยุคโซเวียต แต่หลักฐานยังโผล่ขึ้นมาจากทะเลสาบ
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สำหรับบางคนแล้วทะเลสาบที่ลงว่ายน้ำได้ในเมืองเยมวา (Yemva) เป็น "สถานที่สุดวิเศษ" ที่นั่นเป็นสระน้ำที่งดงามและมีหงส์แหวกว่ายอยู่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลงแช่น้ำเพื่อให้ร่างกายสดชื่นในวันอากาศอบอ้าวของฤดูร้อน
Key facts
- ที่นั่นเป็นสระน้ำที่งดงามและมีหงส์แหวกว่ายอยู่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการลงแช่น้ำเพื่อให้ร่างกายสดชื่นในวันอากาศอบอ้าวของฤดูร้อน
- ทว่าบางคนกลับเรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่าสุสาน
- นักประวัติศาสตร์หลายคนประเมินว่ามีนักโทษมากกว่า 1 ล้านคนทั้งที่ถูกคุมขังด้วยเหตุผลทางการเมืองและไม่ใช่การเมืองผ่านเข้าสู่ค่ายกักกันในภูมิภาคโคมี ทว่าไม่มีตัวเลขที่แน่ชัดว่านักโทษเหล่านี้เสียชีวิตจำนวนเท่าใด
- ในจำนวนนี้มีผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดด้วยเหตุผลทางการเมืองอยู่ราว 4 ล้านคน
- ในยุคแห่งการกดปราบช่วงนั้นทั้งในยุคการปกครองของสตาลินและผู้นำรัสเซียหลังจากนั้น มีคนกว่า 2 ล้านคนเสียชีวิตในที่คุมขังของรัฐ ขณะที่มีอีก 6 ล้านคนที่คาดว่าถูกบังคับให้ย้ายถิ่นฐานไปยังภูมิภาคห่างไกลของสหภาพโซเวียต
- เมื่อนักผจญเพลิงได้รับแจ้งให้มาดับไฟที่ลุกไหม้ทุ่งหญ้าในพื้นที่แห่งนี้เมื่อปี 2021 พวกเขาพบโครงกระดูกของมนุษย์อย่างน้อย 3 ร่าง ซึ่งเหตุการณ์นั้นได้ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้ามาตรวจสอบ
Summary
ไม่มีอนุสรณ์สถานหรือแผ่นป้ายจารึกเพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตที่จะทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายเตือนแต่อย่างใด ทางการไม่เคยทำเครื่องหมายระบุตำแหน่งของจุดนี้ไว้ และในการถกเถียงเมื่อไม่นานมานี้เกี่ยวกับแนวทางการจัดการกับโครงกระดูกชิ้นต่าง ๆ ที่พบ พวกเขายังปฏิเสธที่จะยืนยันด้วยซ้ำว่ากระดูกเหล่านั้นเป็นของนักโทษในค่ายกูลัก
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 บริษัทก่อสร้างในพื้นที่ตัดสินใจขุดพื้นที่บริเวณนี้ให้เป็นทะเลสาบและชายหาด และนำร่มชายหาดมาตั้งพร้อมสร้างห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าครบครัน ในระหว่างการดำเนินการปรับพื้นที่ รถขุดดินไม่ได้ขุดขึ้นมาเพียงแค่ดินเท่านั้น แต่ยังพบชิ้นส่วนศพและเศษไม้จากโลงศพปะปนขึ้นมาด้วย
สภาพความเป็นอยู่ภายในค่ายกักกันทางตอนเหนือซึ่งห้อมล้อมด้วยป่าสนแถบขั้วโลกโหดร้ายอย่างยิ่ง ที่พักของเหล่านักโทษมีไม่เพียงพอ และแม้กระทั่งในช่วงฤดูหนาวที่อุณหภูมิลงต่ำถึง -50 องศาเซลเซียส หลายคนยังต้องอาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินหรือเต็นท์