The Standard
ส.ก.ประชาชน หนุนเปลี่ยนผ่าน EV แต่ค้านเช่ารถขยะ 6,038 ล้าน ชี้ 10 โครงการที่ผ่านงบตั้งแต่ปี 66 ล่มหมด เหตุ TOR ล็อกสเปก-ถูกร้องเรียน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
วันนี้ (16 กันยายน) ส.ก.พรรคประชาชน และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ในสัดส่วนพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงในสภากรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้ ถึงโครงการเช่ารถเก็บขนมูลฝอยพลังงานไฟฟ้า หรือ ‘รถขยะ EV’ ที่ขอรับงบประมาณ 3 โครงการ ผูกพันต่อเนื่อง 7-8 ปี รวมเป็นเงิน 6,038 ล้านบาท โดยผู้ว่าฯ ย้ำว่ารถขยะ EV จำเป็นต่อเมืองเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด พร้อมยืนยันว่าโครงการมีความโปร่งใส
Key facts
- วันนี้ (16 กันยายน) ส.ก.พรรคประชาชน และคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาข้อบัญญัติงบประมาณกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2570 ในสัดส่วนพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงในสภากรุงเทพมหานครเมื่อวานนี้
- การพิจารณางบประมาณคือหัวใจสำคัญของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะต้องสร้างความโปร่งใส และป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหล เมื่อฝ่ายบริหารยกเลิกโครงการเช่ารถขยะ EV เดิมที่มีปัญหาร้องเรียน แล้วเสนอโครงการใหม่ผูกพัน 7-8 ปี มูลค่ารวม 6,038 ล้านบาท มาให้สภาฯ
- ตลอดการพิจารณาในชั้นคณะกรรมการวิสามัญฯ ที่สำนักสิ่งแวดล้อมได้เข้ามาชี้แจงทั้ง 2 รอบ ไม่พบข้อมูล เอกสาร แนวทาง นโยบายที่ชัดเจน หรือเป็นหลักประกันได้ว่าการของบประมาณกว่า 6,038 ล้านบาทในครั้งนี้จะโปร่งใสเหมือนกับโครงการอื่น ๆ
- ไม่เพียงแค่นั้น เรามีการสอบถามถึงข้อท้วงติงจาก ป.ป.ช. ที่มีหนังสือไปยังคณะรัฐมนตรีต่อความเสี่ยงในการเกิดการทุจริตจัดเช่ารถขยะ EV ตั้งแต่ปี 2567 รวมถึงจาก ส.ก. หลายท่านที่เรียกร้องให้ กทม. ดำเนินการทดลองวิ่งใช้รถจริง (Pilot) อย่างน้อย 1-2
Summary
ส.ก.พรรคประชาชน และคณะกรรมการวิสามัญฯ สัดส่วนพรรคประชาชน ยืนยันว่า เราทราบถึงประโยชน์ของรถพลังงานสะอาด (EV) เป็นอย่างดี และเป็นผู้ผลักดันข้อบัญญัติรถเมล์อนาคตที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครมีรถเมล์พลังงานสะอาด มี Wi-Fi และระบบติดตามตัวรถอัปเดตพิกัดแบบ Real-time ซึ่งแม้ข้อบัญญัตินี้จะผ่านสภา กทม. ไปแล้ว แต่กลับยังไม่ได้ถูกนำมาบังคับใช้จริง เพราะผู้ว่าฯ เสนอคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ จึงทำให้กรุงเทพมหานครเสียโอกาสในรถเมล์ EV มาจนถึงปัจจุบัน และไร้แนวทางในการดำเนินการประสานความร่วมมือเพื่อรถเมล์
อย่างไรก็ตาม กรณีการนำรถ EV มาใช้ในการเก็บขนขยะมูลฝอย ซึ่งมีบริบทหน้างานแตกต่างจากการวิ่งรถเมล์ตามสายประจำอย่างสิ้นเชิง โดยมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ 4 ประการ ได้แก่
4 การบริหารจัดการสถานีชาร์จไฟฟ้า ซึ่งโครงการนี้ กทม. กลับรับเป็นผู้บริหารจัดการเอง แทนที่จะให้เอกชนรับผิดชอบทั้งหมดทั้งตัวรถและสถานีชาร์จ เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต เช่น แบตเตอรี่เสื่อมจากการชาร์จ เกิดเหตุไฟไหม้ระหว่างชาร์จ สถานีชาร์จไม่เพียงพอ หรือสถานีชาร์จชำรุด โดยควรถ่ายโอนความเสี่ยงทั้งหมดไปให้เอกชน ซึ่งย้อนแย้งกับโครงการเช่ารถบรรทุกน้ำ EV ที่ กทม. ให้เอกชนรับความเสี่ยงเรื่องสถานีชาร์จในพื้นที่ กทม. เอง แต่โครงการรถขยะ EV นี้ กทม. กลับเลือกแบกรับความเสี่ยงไว้เอง