MGR Online
จากผู้พิพากษาศาลฎีกามาเป็น กกต. เปิดหลักคิด “สิทธิโชติ” ทำไมเห็นควรฟ้องคนภูมิใจไทย
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
วันนี้ชื่อของ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กำลังถูกจับตามองอย่างมาก หลังจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา กกต. มีมติในคดีฮั้วเลือก สว. โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดย กกต.เสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นควรยกคำร้อ
Key facts
- มองต่างออกไป เขามองว่า…ต่อให้พยานคนหนึ่งมีปัญหา ก็ไม่ได้หมายความว่าหลักฐานอื่นจะหายไปพร้อมกัน เพราะยังมีหลักฐานอื่นอยู่ ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเลือกสว. วันที่ 26 มิถุนายน 2567
- ยังพูดถึงเหตุการณ์หลังการประกาศผลเลือก สว. เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 มีการนัด สว.ชุดใหม่ประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อพูดคุยเรื่องประธาน และรองประธานวุฒิสภา และมีบุคคลจากพรรคการเมืองเข้าร่วม
- ผ่านหลักสูตรระดับสูง ทั้ง วปอ. รุ่น 49 หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง หรือ บ.ย.ส. รุ่น 9 รวมถึงหลักสูตรการพัฒนาการเมือง และการเลือกตั้งระดับสูงของ กกต. แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าวุฒิการศึกษา คือเส้นทางการทำงาน ของ “สิทธิโชติ”
- เขาเคยเป็นผู้พิพากษาศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขานุการศาลอาญา เลขานุการศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนอง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ก่อนขึ้นไปเป็น ผู้พิพากษาศาลฎีกา
- นี่น่าจะเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของความเห็นเสียงข้างน้อย เพราะคดีนี้มีประเด็นเรื่อง พยานรหัส 16/26 ซึ่งก็คือ “เอกราช ช่างเหลา”
- อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งให้ข้อมูลบางส่วน ที่สอดคล้องกับพยาน รหัส 16/26
Summary
วันนี้ชื่อของ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” กำลังถูกจับตามองอย่างมาก หลังจากเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา กกต. มีมติในคดีฮั้วเลือก สว. โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดย กกต.เสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เห็นควรยกคำร้องในส่วนนี้ แต่มีอยู่ 2 เสียงที่เห็นต่าง หนึ่งในนั้นคือ “สิทธิโชติ อินทรวิเศษ” ... อีกคนคือ “ชาย ณ นคร” สองคนนี้เห็นว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ในสำนวน มีน้ำหนักเพียงพอที่จะดำเนินคดีต่อ กับนักการเมืองกลุ่มนี้ และวันนี้ “สิทธิโชติ”