Spring News
ส.ก.วิพุธ โอดสภากทม.ตัดงบ 'หุ่นยนต์ดับเพลิง' ชี้เสียโอกาสปกป้องชีวิตคนหน้างาน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
สภากทม. มีมติ 26 ต่อ 23 ตัดงบหุ่นยนต์ดับเพลิงปี 70 เหลือเพียง 1 คัน ด้าน 'วิพุธ ศรีวะอุไร' ชี้เทคโนโลยีคือเกราะป้องกันนักดับเพลิง ไม่ควรแลกกับคำว่า “เอาไปลองใช้ก่อน”
Key facts
- 15 กันยายน 'วิพุธ ศรีวะอุไร' สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตบางรัก โพสต์เฟซบุ๊ก หลังสภากรุงเทพมหานครมีมติ 26 ต่อ 23 เสียง ให้ปรับลดงบประมาณปี 2570 ในส่วนของการจัดซื้อ 'หุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิง' จำนวน 1 คัน วงเงิน 3.77 ล้านบาทออกไป
- ประเด็นที่วิพุธกังวลมากกว่าจึงไม่ใช่การทดลองใช้ แต่เป็น เวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า หาก กทม. มีหุ่นยนต์เพียง 1 คัน จะเลือกประจำการที่ฝั่งพระนครหรือฝั่งธนบุรี และหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในฝั่งตรงข้าม
- ซึ่งแม้เขาจะเข้าใจเจตนาที่ต้องการให้พิสูจน์ความคุ้มค่าของเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ชี้แจงในสภาแล้วว่า ก่อนการส่งมอบ
- วิพุธได้ฝากคำถามสำคัญถึงผู้บริหาร กทม. ว่า หลังจากนี้จะมีการวางแผนบริหารจัดการกำลังของหุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิงที่เหลือเพียง 1 คันอย่างไร เพื่อให้พร้อมใช้งานและสามารถช่วยเหลือประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่หน้างานได้จริงเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น
Summary
15 กันยายน 'วิพุธ ศรีวะอุไร' สมาชิกสภากรุงเทพมหานครเขตบางรัก โพสต์เฟซบุ๊ก หลังสภากรุงเทพมหานครมีมติ 26 ต่อ 23 เสียง ให้ปรับลดงบประมาณปี 2570 ในส่วนของการจัดซื้อ 'หุ่นยนต์สนับสนุนดับเพลิง' จำนวน 1 คัน วงเงิน 3.77 ล้านบาทออกไป ส่งผลให้กรุงเทพมหานครจะมีหุ่นยนต์กู้ภัยประเภทนี้เหลือใช้งานเพียงแค่คันเดียว
วิพุธเปิดเผยว่า เหตุผลสำคัญที่ผู้สงวนความเห็นเสนอให้ตัดงบประมาณคือแนวคิดที่ว่า “เอาไปลองใช้ก่อนตัวหนึ่ง” ซึ่งแม้เขาจะเข้าใจเจตนาที่ต้องการให้พิสูจน์ความคุ้มค่าของเทคโนโลยี แต่ในความเป็นจริง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้ชี้แจงในสภาแล้วว่า ก่อนการส่งมอบ หุ่นยนต์จะต้องผ่านการทดสอบตามมาตรฐานและเงื่อนไขอย่างเข้มงวดเพื่อพิสูจน์ว่าใช้งานได้จริงอยู่แล้ว
ประเด็นที่วิพุธกังวลมากกว่าจึงไม่ใช่การทดลองใช้ แต่เป็น เวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า หาก กทม. มีหุ่นยนต์เพียง 1 คัน จะเลือกประจำการที่ฝั่งพระนครหรือฝั่งธนบุรี และหากเกิดเหตุเพลิงไหม้ในฝั่งตรงข้าม จะต้องใช้เวลาเคลื่อนย้ายกี่นาที รวมถึงเวลานั้นจะยังมีความหมายหรือทันต่อการระงับเหตุเพลิงไหม้หรือไม่ การบริหารความปลอดภัยจึงต้องมองให้ครอบคลุมความเสี่ยงของทั้งเมือง ไม่ใช่แค่พิจารณาว่าหนึ่งคันสามารถใช้การได้หรือไม่