← Back to KHAO

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า x สสว. ปิดเกม “ร้านอาหารยุคเดิม” ต่อยอดสู่ New S-Curve เปิดเวที “Restaurant Innovation Forum” ชู Tech–Innovation เสริมแกร่งธุรกิจ

5 min read

Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.

◌ Single Source

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Restaurant Innovation Forum : Business and Tech Matching ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับวุฒิบัตรและโล่รางวัลจากการผ่านการอบรมภายใต้โครงการ “Restaurant New S-Curve พลิกธุรกิจร้านอาหาร สู่การเติบโตใหม่”

Key facts

Summary

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายสถาพร ร่วมนาพะยา รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เป็นประธานเปิดงานสัมมนา Restaurant Innovation Forum : Business and Tech Matching ณ ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ พร้อมแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับวุฒิบัตรและโล่รางวัลจากการผ่านการอบรมภายใต้โครงการ “Restaurant New S-Curve พลิกธุรกิจร้านอาหาร สู่การเติบโตใหม่”

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนชัดจากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่ประเมินว่า ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทย ปี 2569 จะเติบโตเพียง 2.5% ชะลอลงจาก 4.5% ในปี 2568 ขณะที่การเติบโตส่วนหนึ่งมาจากการปรับขึ้นของราคา แต่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน ส่งผลให้กำไรมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะร้านที่มีต้นทุนสูงและต้องแข่งขันด้านราคา ซึ่งวันนี้โจทย์ของธุรกิจร้านอาหารไม่ได้อยู่ที่การทำอาหารให้อร่อยเพียงอย่างเดียว

งาน Restaurant Innovation Forum: Business and Tech Matching ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของโครงการ โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของธุรกิจร้านอาหารตัวจริง พร้อมอัปเดตเทรนด์และนวัตกรรมธุรกิจอาหารปี 2026 รวมถึงเปิดโอกาสให้พบปะและจับคู่ธุรกิจกับผู้ให้บริการเทคโนโลยีและพันธมิตรทางธุรกิจ ภายในงานยังมีผู้เชี่ยวชาญและเจ้าของแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำมาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริง อาทิ คุณเกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หรือน้าเน็ก (เจ้าของแบรนด์ NANAKE

Read full article at Ban Muang →