Nation TV
เทียบถ้อยแถลงความเหมือน-ความต่าง ปมถกพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล "ไทย-กัมพูชา"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
เปิดเทียบถ้อยแถลง 2 ฝ่าย "ไทย-กัมพูชา" ในการประชุมไกล่เกลี่ยพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลนัดแรก ณ สิงคโปร์ เผยจุดร่วมมุ่งระงับข้อพิพาท แต่จุดต่างสุดเดือด ฝ่ายกัมพูชาชูนโยบายสันติภาพและบทเรียนประวัติศาสตร์ ขณะที่ฝ่ายไทยโต้กลับฉากหลังสร้างภาพเหยื่อทางการเมืองแ
Key facts
- ในประเด็นข้อพิพาททางทะเล กัมพูชาระบุว่าได้พยายามเจรจากับไทยมาตั้งแต่ปี 1995 และได้บรรลุ MOU 2544 ร่วมกัน แต่เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ประกาศยกเลิก MOU 2544 เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่กัมพูชาเรียกร้องให้ปฏิบัติตามมาโดยตลอด
- ในส่วนของขอบเขตการพิจารณา ฝ่ายไทยได้ประกาศย้ำจุดยืนอย่างหนักแน่นว่า กระบวนการไกล่เกลี่ยครั้งนี้มีขอบเขตเฉพาะการกำหนดเขตแดนทางทะเลในอ่าวไทยตามประกาศพระบรมราชโองการ ปี 2516 เท่านั้น โดย "ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก
- ซึ่งไทยไม่เคยยอมรับเส้นอ้างสิทธิในไหล่ทวีปปี 2515 ของกัมพูชาเนื่องจากไร้หลักฐานทางกฎหมาย
- สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ ราชอาณาจักรกัมพูชา นัดแรก ภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15
Summary
การประชุมครั้งนี้นำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย พร้อมผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กองทัพเรือ และกระทรวงพลังงาน ขณะที่ฝ่ายกัมพูชานำโดย นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ซึ่งการเปิดถ้อยแถลงของทั้งสองฝ่ายสะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนที่มีทั้งความสอดคล้องและความขัดแย้งอย่างชัดเจน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมาธิการประนอม (Conciliation Commission) ระหว่าง ราชอาณาจักรไทย และ ราชอาณาจักรกัมพูชา นัดแรก ภายใต้ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน 2569 ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพิจารณารับรองข้อบังคับกระบวนการ กรอบการทำงาน และการเปิดแถลงจุดยืนของทั้งสองประเทศ
เป้าหมายการเจรจา: ทั้งไทยและกัมพูชาต้องการแสวงหาทางออกในการกำหนดเขตแดนทางทะเลที่เป็นธรรมและยั่งยืน เพื่อปกป้องสิทธิอธิปไตยของตนเอง ควบคู่กับการเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรพลังงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งสองประเทศ