Thairath
“เอกนิติ” สั่งเชื่อมโยงข้อมูล 7 หน่วยงานหลัก สกัดเงินเทาใน 30 วัน
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 5 outlets. See llms.txt for citation guidance.
KHAO Verified
“เอกนิติ” เผย “บอร์ด Connect the Dots” ขีดเส้นเชื่อม 7 หน่วยงานหลัก สกัดเงินเทาใน 30 วัน ตรวจสอบเส้นเงิน-อายัดบัญชีรวดเร็วขึ้นไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา
Key facts
- วันที่ 16 ก.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2 ปี 2569 หรือ บอร์ด
- ขีดเส้นเชื่อม 7 หน่วยงานหลัก สกัดเงินเทาใน 30 วัน ตรวจสอบเส้นเงิน-อายัดบัญชีรวดเร็วขึ้นไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียนเข้ามา
- นอกจากนี้ จะมีการยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบทั้งการยืนยันตัวตน (KYC) และการตรวจสอบข้อเท็จจริง และสถานะเชิงลึก (EDD) ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลักทรัพย์ และสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets)
- ที่ประชุมเห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานสู่ระบบอัตโนมัติ (Automated Data Sharing) จากเดิมที่เป็นการประสานงาน และส่งข้อมูลแบบเฉพาะหน้า (ad-hoc) หรือการกรอกข้อมูลด้วยมือ (manual)
Summary
วันที่ 16 ก.ย.2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินเพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2 ปี 2569 หรือ บอร์ด Connect the Dots เปิดเผยว่า ที่ประชุมมอบหมายให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลังรับหน้าที่จัดทำแผน (Masterplan) ในการทำฐานข้อมูลกลาง บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อยกระดับการป้องกันความเสี่ยงธุรกรรมการเงิน
โดยหน่วยงานที่จะมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลเข้าด้วยกันประกอบด้วย 7 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.), สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมธนาคารไทย ให้เข้ามาบูรณาการเชื่อมโยงเป็นจุดเดียว โดยจะเคาะทั้งรูปแบบ และกรอบงบประมาณของโครงการให้ชัดเจนภายใน 30 วัน
ทั้งนี้ การจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวนอกจากจะช่วยเรื่องธุรกรรมทางการเงินแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ยังนำไปต่อยอดยกระดับการประเมินสินเชื่อ ช่วยให้ประชาชนกลุ่มที่ขาดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ และการบริการทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น