PPTV HD 36
เงินบาทเปิด 33.31 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย จับตาผลประชุม Fed
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.31 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.28 บาทต่อดอลลาร์ โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) อ่อนค่าลงเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 33.24-33.32 บาทต่อดอลลาร์)
Key facts
- เงินบาทเปิด 32.69 บาท/ดอลลาร์ "แข็งค่าเล็กน้อย"
- ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 32.60 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อย
- ตลาดบอนด์ – บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนแถวโซน 5.00% หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น ผลการประชุม FOMC โดยเฉพาะในส่วนของ Dot Plot ใหม่ ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดบอนด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ หลังผู้เล่นในตลาดต่างมีสถานะ
- ทองคำ – แม้บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) และช่วยพยุงราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2026) ได้บ้าง ทว่าโดยรวมราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจาก
Summary
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ – บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังร้อนแรงอยู่ได้หนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาพลังงาน (การปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานช่วยพยุงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้บ้าง) ส่งผลให้โดยรวม ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลง 0.6% ส่วน ดัชนี S&P 500 ปิดตลาดลง 0.4% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ปรับตัวลง 0.8%
ท่ามกลางแรงกดดันจากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรง รวมถึงจังหวะแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ขณะที่ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะในช่วงราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นขอเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นผลการประชุม FOMC ก่อนที่จะปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ที่ชัดเจน
ทั้งนี้ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวมและมุมมองของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่เริ่มทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวได้ช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ แม้ว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะปรับตัวขึ้นทะลุโซน 5.00% แต่เราประเมินว่าระดับบอนด์ยีลด์ล่าสุดมี จุด Break-Even Yield (ระดับบอนด์ยีลด์ที่ทำให้ การถือครองจากระดับปัจจุบันจะเริ่มขาดทุนในภาพของผลตอบแทนรวม) ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่อาจสูงถึง 5.30% ซึ่งสามารถรองรับกรณีที่ Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดกำลังคาดหวัง (ราว 4