Thai Post
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาสอน ‘อดีต กกต.-ส้ม’ อ่านรัฐธรรมนูญก่อนไปฟ้อง กกต.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
16 ก.ย.2569 - นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา และนักกฎหมายอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 บัญญัติไว้ดังนี้
Key facts
- กรณีอื่นนอกจาก(1) ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- ถ้าเป็นกรณีฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริธรรมอย่างร้ายแรง ก็ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัย
- 'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่
- ฝ่ายค้านจับตา สว.น้ำเงินอ่อน ถูกตัดตอนให้พลีชีพ
- 'ชวน' แฉการเมืองยึดองค์กรอิสระน่าตกใจ เตือนอย่าใช้ชาติคืนหนี้บุญคุณ!
- 'พิสิษฐ์' นำทีม สว. รุมฟาด 'อดีตปธ.ศาลรธน.' ด้อยค่าวุฒิสภา
Summary
“ชวน” เตือนองค์กรอิสระ จะให้ประวัติซ้ำรอยหรือ ชี้หนี้บุญคุณที่นักการเมืองทำไว้ ทำให้องค์กรเหล่านี้ลังเลใจ ลำบากใจ เพราะครั้นจะไม่ปฏิบัติตามก็ถูกกดดัน แฉการเมืองส่งคนตัวเองเข้าแทรกแซงหมด
มาตรา 234 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่และอำนาจไต่สวนและมีความเห็น กรณีที่มีการกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์อิสระ ทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายหรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริธรรมอย่างร้ายแรง
กล่าวโดยสรุปก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ถ้า กกต.ท่านหนึ่งท่านใดหรือทุกท่าน ปฏิบัติหน้าโดยทุจริตหรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อกฎหมาย เป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ต้องทำการไต่สวนและหากไต่สวนแล้วเห็นว่ามีความผิด ก็ต้องส่งสำนวนการไต่สวนไปให้อัยการสูงสุดฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง