The Standard
ไทย-ศรีลังกา ลงนาม MOU นำเข้าแรงงานถูกกฎหมาย ทดลองล็อตแรก 1 หมื่นคน ต้นปี 69 ป้อนภาคก่อสร้าง-เกษตร
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าวยืนยัน
วานนี้ (14 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ วิจิตา เหรัต (H.E.
Key facts
- จุลพันธ์กล่าวว่า การลงนาม MOU ทั้งสองประเทศครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยจะเปิดให้แรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนไม่เกิน 10,000 คน
- มีอายุสัญญา 5 ปี และสามารถต่ออายุอัตโนมัติได้อีก 5 ปี ส่วนสัญญาการจ้างงานจะมีรูปแบบ 2+2 ปี (จ้างงาน 2 ปีแรก และสามารถต่อสัญญาได้อีก 2 ปี) หากแรงงานกลุ่มแรกเข้ามาตอบโจทย์การขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ก็พร้อมที่จะขยายการนำเข้าเพิ่มเติมในอนาคต
- นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายแรงงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี
Summary
วานนี้ (14 กันยายน) จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ วิจิตา เหรัต (H.E.
จุลพันธ์กล่าวว่า การลงนาม MOU ทั้งสองประเทศครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยจะเปิดให้แรงงานศรีลังกาเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายจำนวนไม่เกิน 10,000 คน เพื่อสนับสนุนกำลังแรงงานในภาคการก่อสร้าง ภาคเกษตรกรรม และสาขาอื่นที่มีความต้องการตามนโยบายและกฎหมายของประเทศไทย
ทั้งนี้ การนำเข้าแรงงานจะดำเนินการตามความต้องการจ้างงานจริงและผ่านขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การนำแรงงานทั้งหมดเข้ามาในคราวเดียว ภายใต้ MOU และ Agreement ทั้งสองประเทศจะร่วมกันกำกับดูแลกระบวนการสรรหา จัดส่ง และจ้างงานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางให้สามารถตรวจสอบและติดตามได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ไม่เป็นธรรม การหลอกลวงแรงงาน การจัดหางานโดยมิชอบ และการค้ามนุษย์ พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นายจ้างและแรงงาน
นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายแรงงาน การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ดี เพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งการลงนามครั้งนี้นับเป็นหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ศรีลังกาในมิติด้านแรงงาน ต่อยอดจากความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และพระพุทธศาสนา สู่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การจ้างงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ