The Standard
ทำไมไม่สั่งฟ้อง ‘นักการเมือง’ ฟังประธาน กกต. ชี้แจงมติคดีทุจริต สว.
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 2 outlets. See llms.txt for citation guidance.
2 แหล่งข่าว
ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงเบื้องหลังและรายละเอียดการพิจารณาสั่งฟ้องคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังจากที่ประชุม กกต. มีมติส่งคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อเอาผิดผู้ถูกกล่าวหา 77 ราย จากทั้งหมด 427 ราย ซึ่งรวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 26 ราย
Key facts
- ไม่เคยเชื่อถือ ‘พยาน 16/26’ ตั้งแต่แรก แม้ก่อนกลับคำให้การ
- ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยถึงเบื้องหลังและรายละเอียดการพิจารณาสั่งฟ้องคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ ‘คดีฮั้ว สว.’ หลังจากที่ประชุม กกต. มีมติส่งคำร้องต่อศาลฎีกา แผนกคดีเลือกตั้ง
- ใช้ประสบการณ์ศาล ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน-เส้นทางการเงิน
- เข้าใจธรรมชาติการเมือง-ไม่ปฏิเสธหลักฐานจาก DSI
- จุดยืนต่อกระแสวิจารณ์ ใช้ความถูกต้องเป็นเกราะป้องกัน
Summary
“การมีชื่อในโพยไม่ได้หมายความว่าจะต้องส่งฟ้องศาล ต้องมีพฤติการณ์อื่นประกอบ ระเบียบการแนะนำตัวฟรีสไตล์ แต่มีอยู่ข้อหนึ่งคือ ถ้าคุณทำผิด เกี่ยวกับ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ถ้าคุณเข้าไปยุ่งเกี่ยว ชักจูง โน้มน้าวให้ลงคะแนนให้คุณ คุณผิด ยกตัวอย่างตามมาตรา 77 ชักจูง จูงใจให้ลงคะแนน คนมีชื่อในโพย มีพฤติการณ์ให้ทำแบบนี้ จำนวน 20 กว่าคนถูกดำเนินคดี ต้องทำความเข้าใจเรื่องนี้” ณรงค์กล่าว
ณรงค์อธิบายถึงกระบวนการพิจารณาสำนวนอย่างละเอียดว่า กกต. พิจารณาเป็นรายบุคคลและรายกรณีตามข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ โดยยกกรณีจังหวัดหนองบัวลำภูเป็นตัวอย่างความผิดที่ชัดเจนว่า ผู้ถูกร้องที่ 84 ดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน มีพฤติการณ์ในการจูงใจ หรือเรียกง่ายๆ ว่าให้ทรัพย์สินเงินทองกับผู้มีสิทธิเลือก สว. เพื่อจะลงคะแนนให้กับตัวเอง
ประธาน กกต. ย้ำว่าตนเองมาจากศาล จึงใช้บรรทัดฐานการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานเช่นนี้เหมือนกันทุกกลุ่มจังหวัด ในทางกลับกัน หากผู้ถูกร้องแก้ข้อกล่าวหาและนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวนจนฟังได้ว่าไม่ได้มีการจูงใจโดยใช้เงินทอง กกต. ก็มีมติยกคำร้องไปเป็นจำนวนมาก สำหรับกรณีการชักจูงนั้น