BBC Thai
มติ กกต. สั่งฟ้อง 26 สว. ผู้ถูกร้อง "คดีโกงเลือก สว." ยกฟ้องนักการเมืองภูมิใจไทย เหตุ "พยานไม่น่าเชื่อถือ"
Compiled by KHAO Editorial — aggregated from 1 outlet. See llms.txt for citation guidance.
◌ Single Source
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกร้อง "คดีโกงเลือก สว." ทั้งหมด 77 คนต่อศาลฎีกา ในจำนวนนี้เป็น สว. 26 คน และ สส. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 1 คน แต่สั่งไม่ฟ้องกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน
Key facts
- การตัดสินใจของ กกต. เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาใช้เวลาประชุมพิจารณาสำนวนคดีจำนวน 75,722 หน้า ภายในเวลา 3 เดือน ประชุมไป 11 นัด ก่อนที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. จะนัดประชุมและลงมติผู้ถูกร้องเป็นรายบุคคลในวันนี้ (14 ก.ย.) ซึ่งประธาน กกต.
- คือเหตุผลในการยกคำร้อง 21 นักการเมืองภูมิใจไทย
- กลุ่ม 26 สว. ที่ถูกสั่งฟ้องเพราะมีหลักฐานจ้างสมัคร
- คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติสั่งฟ้องผู้ถูกร้อง "คดีโกงเลือก สว."
- ที่ผ่านมานายอนุทินต่อสู้คำครหาด้วยการยกประกาศพรรค ภท. ลงวันที่ 30 เม.ย. 2567 ที่ห้าม กก.บห. ผู้ดำรงตำแหน่งอื่นใดในพรรค สส. ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรค ภท. กระทำการโดยวิธีใด ๆ อันเป็นการช่วยเหลือผู้สมัคร สว.
- นายณรงค์ ประธาน กกต. เล่าถึงความเห็นส่วนตัวของเขาที่ใช้วินิจฉัยผู้ร้องกลุ่มนี้ เริ่มต้นจากวันที่ กกต. ได้รับหนังสือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอเมื่อ 18 มี.ค. 2568 แจ้งผลการสืบสวน
Summary
กกต. ตั้ง 7 ประเด็นไต่สวนการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 ทำให้การเลือก สว. ปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม
การตัดสินใจของ กกต. เกิดขึ้นหลังจากพวกเขาใช้เวลาประชุมพิจารณาสำนวนคดีจำนวน 75,722 หน้า ภายในเวลา 3 เดือน ประชุมไป 11 นัด ก่อนที่นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. จะนัดประชุมและลงมติผู้ถูกร้องเป็นรายบุคคลในวันนี้ (14 ก.ย.) ซึ่งประธาน กกต. ระบุว่า ไม่มีกรรมการรายใดถอนตัวจากการพิจารณาคดี กกต. ต้องทำหน้าที่ ถ้าถอนตัวก็ผิดจริยธรรม ท่านก็ถูกปลด
ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต. จะจัดทำคำวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 60 วัน ก่อนยื่นต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิด